เอามาจาก
บล็อกของคุณ 99phoenix นะครับ
ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย
ผมเห็นประวัติสงกรานต์มาหลายบทความ
ในฐานะที่ผมจบเอกประวัติศาสตร์มา
เห็นว่าเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ในการปล่อยให้
ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์
ซึ่งเป็นจุดแข็งทางด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของไทย
ในแง่ของการวิเคราะห์ SWOT
ประการแรกจากการสืบค้นโดยกรรมวิธี คาร์บอน-14
ของศาสตราจารย์เฮอร์มิงตัน เดลโทโรเรโต
นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์สงครามจากมหาวิทยาลัย
เวลิงแกลมบิง ฮูดวิงค์ ยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศแอลจีเรีย
พบหลักฐานจารึกของเอล็กซานเดอร์มหาราช
ที่เมืองซิซิลี ประเทศอิตาลี (โดยสันนิษฐานว่า
ก่อนหน้านี้เคยเป็นสมบัติซึ่งเก็บไว้ในกรุงโรม
ช่วงที่โรมันรุ่งเรือง โดยที่กษัตริย์แห่งโรมองค์ใดองค์หนึ่ง
ยึดมาจากกรีกอีกทีหนึ่งเมื่อช่วงที่โรมันเข้าทำสงครามกับกรีก
หรือที่เรียกว่าโททัลวอร์นั่นเอง)
ในศิลาจารึกได้บันทึกข้อความไว้ดังนี้
"ตัวข้า Alexis on Fire บุตรแห่ง ฆวนฮาลอส
เทพพายุผู้สร้างและทำลาย
เมื่อครั้งที่ข้ากรีฑามหาทัพสู่ดินแดนลึกลับ
(เอเชีย) ที่มีคนบูชาภูตผี และสายฟ้า
ที่นั่นข้าได้พบนักบวชจากลัทธิประหลาด
ผู้เรียกตนว่าอารยันผู้เจริญ
คนเหล่านั้นเป็นจอมวายร้ายทางจิตวิญญาณ
ทว่าก็เป็นมิตรแก่ข้า พวกเขายอมยกดินแดน
ทั้งหมดให้แก่ข้า
ข้าจึงได้มอบ เฮลลาไคตุส ให้แก่พวกเขา"
จะเห็นว่าในศิลาจารึก ได้แสดงให้เห็นถึง
ความสำคัญบางอย่างที่จะเผยให้เห็นถึงเรื่องราว
ที่จะพลิกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์
เลยทีเดียว
ความสำคัญที่ว่าก็คือนาม เฮลลาไคตุส นามที่เอ่ย
ไว้ในศิลาจารึก
ในดินแดนกรีกโบราณ เป็นที่รู้กันว่าชาวกรีก
นับถือเทพเจ้าแบบพหุเทวะ ซึ่ง
'ฟีนิเซีย แวนเดอร์' นักเธโอโลจี้ หรือนักเทววิทยา
ได้เขียนไว้ในหนังสือชื่อ 'สายน้ำเทพเจ้า'
โดยกล่าวว่า โพไซดอน ผู้ครองมหาสมุทร
ได้มีธิดาที่เกิดแก่ พารามัส โดยมีชื่อที่เรียก
'เฮลลาไคตุส'
ดังนั้น เฮลลาไคตุส ก็คือ ธิดาของโพไซดอนนั่นเอง
ตามตำนานเทพปกรณัม เล่าว่า
เมื่อครั้งเฮลลาไคตุสเจริญวัยขึ้น ได้เรียกร้อง
ที่จะครองมหาสมุทรครึ่งหนึ่ง
ทว่าโพไซดอนกลับเห็นว่าเป็นเรื่องเกินกำลัง
จึงได้มอบโถทองคำให้แก่เฮลลาไคตุส
โถทองคำนั้นหากเทลงสู่ธรณี ก็จะเกิดนทีขึ้น
อณาบริเวณนั้น
ด้วยเหตุนั้น เฮลลาไคตุสจึงเทน้ำจากโถทองคำ
ลงสู่ทวีปทั้ง 7
และนั่นจึงเป็นที่มาของแม่น้ำทุกสายบนโลก
มนุษย์จึงขอบคุณเทพเจ้าสำรับน้ำที่ช่วยให้มนุษย์ดำรงชีวิต
โดยชาวกรีกจะทำพิธีขอบคุณเทพเจ้าโดยการจัดประเพณี
ขึ้นทุกปี ซึ่งในปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ
'ประเพณีสังกรานีโอดุส (Zangraniodus)'
โดยประเพณีดังกล่าวนี้ ชายชาตรี
จะนำโถไปตักน้ำจากแม่น้ำแห่งชารอน
และจากนั้นจึงนำน้ำที่ได้ไปสาดแก่สตรี
พรหมจารีย์ เพื่อถือว่าสตรีผู้นั้นคือ
คนที่ชายชาตรีเลือกจะครองคู่ด้วย
และหากสตรียอมรับชายผู้นั้นเป็นคู่
หญิงสาวพรหมจรรย์ก็จะนำน้ำจาก
แม่น้ำอคีรอนมาสาดชายหนุ่มคืน
เพื่อเป็นเครื่องหมายว่าทั้งคู่
ยินดีจะครองคู่ร่วมกัน
เป็นที่รู้ว่าการสืบทายาทเป็นการ
ขอบคุณเทพเจ้าของชาวกรีก
ดังนั้นประเพณีที่เป็นการหาคู่ไปในที
เพื่อที่จะมีทายาท จึงถือเป็นการขอบคุณ
เทพเจ้าตามแบบของชาวกรีกนั่นเอง
และนี่ก็คือที่มาของประเพณีสงกรานต์
ซึ่งเมื่อครั้งที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช
บุกเข้าไปในอินเดียเมื่อ 2 พันกว่าปีก่อน
ก็ได้นำประเพณสังกรานีโอดุสเข้าไปเผยแผ่
ให้แก่พวกพราห์มในอินเดีย
ซึ่งต่อมาประเพณีดังกล่าวนี้ก็ได้กลายมาเป็น
ประเพณีของชาวอินเดียด้วยเช่นกัน
โดยชาวอินเดียเรียกประเพณีนี้ว่า
ประเพณีสงกราลีนบุตร (Sangralinaputra)
ในปัจจุบันนี้ประเพณีได้สูญหายไปจากอินเดียแล้ว
จะเห็นได้บ้างในบางแห่งของอินเดียเท่านั้น
บริเวณที่ยังสืบทอดประเพณีดังกล่าวอยู่ก็คือ
บริเวณแคว้นอัสสะ ซึ่งติดกับแม่น้ำโคธาวารี
(โคธาวารี แปลว่า ตัวเหี้ย เนื่องจากบริเวณนั้น
ชุกชุมไปด้วยตัวดังกล่าว)
การเดินทางเข้าในประเทศไทยของประเพณี
สงกราลีนบุตร
สันนิษฐานว่า สงกรานต์เริ่มเข้ามาในประเทศไทยในช่วง
สมัยสุโขทัย โดยขณะนั้นได้มีพราห์มจากประเทศอินเดีย
เดินทางเข้ามาแสวงบุญพร้อมๆกับพระจากศาสนาพุทธ
ซึ่งตอนนั้น คนไทยซึ่งมีนิสัยชอบในเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์
รู้สึกเลื่อมใสพราห์มผู้นี้มาก เนื่องจากพราห์มผู้นี้สามารถทำนาย
ดวงชะตาได้อย่างแม่นยำ
เมื่อชาวบ้านเกิดความศรัทธา จึงได้รับเอาความเชื่อหลายๆอย่าง
มาจากพราห์ม รวมทั้งในเรื่องของประเพณีสังกราลีนบุตร
และจากนั้น ประเพณีสังกราลีนบุตรจึงกลายมาเป็นประเพณี
ของไทยแต่นั้นเป็นต้นมา รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ
เช่น พม่า ลาว กัมพูชา ซึ่งรับประเพณีนี้ไปจากไทยอีกทอดหนึ่ง
และทั้งหมดนี้ก็คือตำนานสงกรานต์ที่แท้จริงครับ
ซึ่งทีแรกผมก็ตั้งใจจะไม่เขียนถึง แต่เห็นว่า
ยังมีหลายคนเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อนอยู่มาก
จึงเห็นว่าควรสร้างความกระจ่างให้ในฐานะคนไทย
ได้รู้จักที่มาของประเพณีไทยตามความเป็นจริง
ไอ้เรื่องที่ว่ามาทั้งหมดนี้น่ะ
...โกหกทั้งเพเลยครับ !!
ขอความกรุณาหลังจากอ่านมาถึงตรงนี้
กรุณากด Ctrl+A บนแป้นคีย์บอร์ดด้วยนะครับ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้นะครับ
ใครมีข้อสงสัยอะไร ก็ไปติดต่อ
เจ้าของบล็อกต้นทางเอาเองแล้วกัน
ผมแค่ยกข้อความมาเผยแพร่เท่านั้น