หัวใจที่แข็งแกร่ง อยู่ภายในร่างกายที่อ่อนแอ ความพยายามเท่านั้น ที่จะทำให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไป
ข้อมูลจาก
jdorama.com ,
DramaWiki 1リットルの涙 โรมาจิ: Ichi Rittoru no Namida ชื่ออื่น: One Litre of Tears, A Diary with Tears รูปแบบ: Renzoku ประเภท: Tragedy, Drama, School, Romance จำนวนตอน: 11 + 1 Special ความนิยม: 15.4 จุดในเขตคันโต สถานี: Fuji TV ออกอากาศ: 2005.10.11 - 2005.12.20 เวลา: วันอังคาร 21:00 เพลงธีม: Only Human - K / 粉雪 (Konayuki) - レミオロメン (Remioromen) 1リットルの涙 (Ichi Rittoru no Namida) หรือ One Litre of Tears
ดราม่าที่ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงของ คิโตะ อายะ (1962-1988) ที่เธอบันทึกไว้ใน
ไดอารี่ชื่อเดียวกันนี้ เรื่องราวของเด็กสาวอายุ 15 ที่โชคร้าย เผชิญกับ
โรคประหลาดที่ยังไม่มีทางรักษา เธอเริ่มต้นเขียนไดอารี่ตามคำแนะนำของแพทย์ประจำตัว เพื่อบันทึกอาการและเหตุการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับโรคของเธอ และเธอได้บันทึกเรื่องราวในชีวิตของเธอ จนกระทั่งในวันที่เธอไม่สามารถจับปากกาได้อีก
ตลอดทั้งเรื่อง อิเคอุจิ อายะ (อิเคอุจิ เป็นนามสกุลของตัวละครหลักในดราม่า แทนที่ คิโตะ ซึ่งเป็นนามสกุลจริงๆ) แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ และความพยายามที่จะเผชิญกับอนาคตอันไม่แน่นอนของเธอ นับตั้งแต่ที่เธอเริ่มมีอาการของโรค จนกระทั่งวาระสุดท้าย
คำว่า 「1リットルの涙」 ที่เป็นชื่อเรื่อง มาจากประโยคหนึ่งที่อายะซังได้เขียนไว้ในไดอารี่ของเธอ ในวันที่เธอจะต้องลาออกจากโรงเรียนที่เธอรัก และใฝ่ฝันที่จะเรียนมานาน ใจความประมาณว่า "ร้องไห้เสียใจ จนน้ำตาหมดไปลิตรหนึ่ง"
ไดอารี่ของอายะซัง ตีพิมพ์ครั้งแรกภายหลังที่เธอจากโลกนี้ไปประมาณหนึ่งปี ปัจจุบันยอดจำหน่ายทั่วญี่ปุ่นประมาณ 1.1 ล้านเล่ม
ข้อความต่างๆในไดอารี่ ได้เป็นกำลังใจให้คนที่เผชิญกับอุปสรรคในชีวิต ยึดเอาเธอเป็นแบบอย่างและลุกขึ้นต่อสู้กับโชคชะตา
หนังสือไดอารี่ One Litre of Tears ฉบับพิมพ์ปี 2005 ก่อนหน้าที่จะดูดราม่าเรื่องนี้ ก็ได้อ่านรีวิวมาจากหลายที่เหมือนกัน
ทุกคนพูดว่าดูแล้วต้องร้องไห้ ให้กับโชคชะตาที่โหดร้ายของอายะซัง
ส่วนตัวผมเอง ไม่ถึงกับบ่อน้ำตาแตกไหลพรูอาบสองแก้ม แต่ก็มีซึมๆอยู่เหมือนกัน
สิ่งที่ประทับใจในเรื่องนี้คือ นางเอก (
ซาวะจิริ เอริกะ ) เล่นเก่งมากๆ ดูแล้วทำให้เชื่อได้ว่า เธอคืออายะจริงๆ
เทียบกับเรื่องก่อนหน้านี้ที่ผมดู (Taiyou no Uta - A song to the sun :
เรื่องนี้ ) ซึ่งบทของเอริกะซังก็เป็นสาวขี้โรคเหมือนกัน แต่เรื่องนั้นเธอมีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงและเล่นดนตรี จึงเป็นบทบาทที่ต่างออกไปนิดหน่อย
อีกคนคือ พ่อของอายะซัง (จินไน ทาคาโนริ) ตีบทแตก มาดของแกดูเหมือนคุณลุงขี้เล่น แต่ว่าเรื่องนี้ บทของคุณจินไนคือ ผู้นำครอบครัวที่ต้องเก็บความรู้สึกของตัวเองให้ได้ ต้องเป็นเสาหลักของคนในบ้าน แน่นอนว่าเมื่อได้ปล่อย ก็คือออกมาหมด ซึ่งตรงนี้แหละที่ทำให้ผมถึงกับซึมๆ ได้ทีเดียว
(ที่จะพูดคือ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนเดยวกับที่เล่นเป็นโมริ โคโกโร่ ในโคนันภาคดราม่า และเล่นเป็น ศ.ดัน โมริฮิโกะ ในโรงเรียนนักสืบคิว ภาคดราม่า...)
เรื่องนี้จุดขายอยู่ที่ความเป็น dramatic เน้นชีวิตรันทด จึงไม่มีอะไรให้พูดเป็นพิเศษ นอกจากการแสดงของนักแสดง ซึ่งทุกคนถือว่าทำได้ดีมาก
แต่เนื่องจากว่า การดำเนินเรื่องเหมือนกับวางบล็อกเอาไว้แล้วว่า ต่อจากตรงนี้ต้องไปตรงนั้น เกิดเรื่องนี้แล้วจะต้องเป็นผลอย่างนั้น ทำให้บางทีรู้สึกว่าน่าเบื่อนิดๆ
เลยให้ 4 ดาวแล้วกันครับ (ถ้าให้ครึ่งดาวได้ก็จะให้ 4.5 ล่ะนะ)