ร้าน Shelling บริการ


เลื่อนอีกแล้วครับ


ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ครั้งที่ 64

จากเดิม 19 มกราคม 2008
มาเป็น 26 เมษายน 2008
และตอนนี้ กลายเป็น 17 พฤษภาคม 2008 แล้วนะ


ถ้ามันไม่สะดวกนัก
ก็ไม่รู้ว่าจะดันทุรังจัดไปทำไม


ในความคิดผมนะ งานบอลปีนี้ ควรจะยกเลิกไปเลยตั้งแต่รู้ว่าไม่ได้จัดช่วงที่ผ่านมา
เพราะถ้าไม่ใช่กลางมกราคม มันก็หาเวลาลงล็อกยากแล้วล่ะ
อีกอย่างคือ ถ้าขาดอะไรไปสักอย่าง มันก็เหมือนไม่ใช่งานบอล

เชื่อว่าคงมีเหตุผลบางอย่างที่ผู้จัดบอกไม่ได้ (แต่ก็รู้ๆกันดี) ทำให้ไม่สามารถยกเลิกงานบอลได้
แต่จริงๆแล้วที่ผ่านมา 73 ปีก็ไม่ใช่ไม่เคยเลื่อน และเหตุที่ต้องเลื่อนก็เป็นเรื่องสำคัญของบ้านเมือง
ถ้าคนจัดงานลองคิดสักนิด ก็รู้ๆ อยู่ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น และนี่ก็ยังถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ยังไม่ผ่านพ้นไป จุฬาฯ ซึ่งเป็นสถาบันภายใต้พระปรมาภิไธยของพระเจ้าแผ่นดิน ก็ควรทำตัวให้เหมาะสมกับกาลเทศะด้วยสิ




ขอแถมนิด

ระยะหลังๆนี่ เหมือนกับว่า คนจัดงานให้ความสำคัญกับฟุตบอลเป็นแค่เรื่องรองๆ
แต่สิ่งสำคัญคือ สแตนด์ฝั่งใครจะเต็มก่อน กองเชียร์ใครจะน่ารักกว่า แปรอักษรใครจะเจ๋งกว่า เสื้อบอลปีนี้ลายสวยมั้ย ล้อการเมืองจะโดนแค่ไหน
ส่วนคนดูก็ ปีนี้ของในถุงยังชีพจะมีอะไรมั่ง จะมีดารามาเยอะมั้ย
ไม่เห็นมีใครจะสนเลยว่า ปีนี้แต่ละทีมจะเล่นในระบบไหน ใครเป็นผู้จัดการ ดาวเด่นปีนี้เป็นใคร และเกมฟุตบอลจะสวยงามแค่ไหน

อีกอย่างคือ นักฟุตบอลที่มาเตะงานบอลเนี่ย น่าจะเป็นนิสิตนักศึกษาปัจจุบันของแต่ละสถาบัน มากกว่าที่จะไปจับนักเตะทีมชาติมาลงเรียน ป.โท แต่ก็ดร็อปไว้ แล้วอ้างว่าเป็นนิสิตนักศึกษาของฉัน เพื่อเอามาเตะบอลประเพณี ใครชนะก็ได้หน้าได้ตา ข่มอีกฝั่งไปได้ปีนึง

ฟุตบอล อยู่ที่ไหน สถานะอะไรมันก็เป็นกีฬานะครับ
กีฬา สอนให้คนรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีน้ำใจนักกีฬา
ไม่ได้มุ่งหวังความเป็นเลิศอย่างเดียว
หรือถ้ามองในมุมการแข่งขัน ถ้าใช้นักฟุตบอลที่อยู่ในสังกัดของตนเองจริงๆลงแข่ง คนดูอย่างผม ภูมิใจกว่า
และทีมมหาวิทยาลัยเองก็จะได้รู้ศักยภาพด้วยว่าเราดีแค่ไหน ต้องปรับปรุงอะไรเพื่ออนาคตบ้าง



ไม่รู้จะจบยังไงนะ
แต่ว่า ผลประโยชน์แปรเปลี่ยนทุกสิ่งจริงๆ



65 CommentsChronological   Reverse   Threaded
sorryimkid wrote on Apr 22
้เห็นด้วยหลายประเด็นเลย แต่นี่เป็นมุมมองของผู้ที่ไม่ได้จัดงาน

ผู้จัดงานก็คงมีเหตุผลสำคัญ ทีี่่ไม่เลิกไปซะ เลือกที่จะจัดต่อ

สองกลุ่ม สองมุม

เอาใจเขามาใส่ใจเราดู งานนี้ไม่มีใึครถูกผิด

อยู่ที่ใจ ว่าทำเำื่ำพื่ออะไร...
shellingz wrote on Apr 22
บางครั้งบางเรื่อง
ถ้ามันจำเป็นจริงๆ ก็ต้องยอมมั่งล่ะ

ไม่ใช่ดันทุรัง เพราะมันอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย
pattze wrote on Apr 22, edited on Apr 22
เลื่อนรอบแรก เพราะเป็นช่วงไว้ทุกข์

เลื่อนรอบสอง เพราะนักฟุตบอลติดโปรแกรมเตะไทยลีก
(นักฟุตบอลเป็นทั้งนิสิตที่เรียนอยู่และจบไปแล้ว)

ประเด็นสำคัญคืองานฟุตบอล"ประเพณี"จะตีความคำว่า"ประเพณี"นี้ยังไงด้วยนะ

ประเพณีของงานบอลหลักๆคือการมีฟุตบอลมาเตะกัน มีกองเชียร์ทั้งสองสถาบันมาเชียร์ทีมของตน

อันนี้คือส่วนหลักที่ทำให้งานสมบูรณ์ตามวัตถุประสงค์คือ

"การสร้างมิตรภาพระหว่างสถาบันหลังจบการแข่ง"

กิจกรรมอื่นก็คือส่วนเติมเต็ม จะมีหรือไม่มีก็ไม่ถือว่างานจะผิดเพี้ยนไป

อย่างปีนี้ก็ไม่มีการแปรอักษร หรือมีการกลับมาของดรัมเมเยอร์ที่หายไปหลายปี

ในมุมมองของผู้มาชมงานแต่ละคนจะตั้งใจมาดูลีด ดูฟุตบอล หรือมาเพื่อแปรอักษร ไม่มีใครไปบังคับได้อยู่แล้วว่าสิ่งที่ต้องการของคนกลุ่มนี้คืออะไร

แต่คิดว่าความตั้งใจในส่วนลึกคงต้องการมาสืบต่องานฟุตบอลประเพณีอยู่บ้างแน่นอน

และเชื่อว่าถึงจะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์

หรือต้องการสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์การจัดงาน

แต่ก็คงไม่ทำให้"สิ่งมีค่า"ที่เกิดจากการจัดงานฟุตบอลประเพณีเสื่อมคลายลง

pattze wrote on Apr 22
อ้อ นักฟุตบอลทีมประเพณีส่วนใหญ่ตอนนี้เป็นพวกที่เรียนอยู่นะ

มีคนที่เพิ่งจบแต่ยังไม่ได้รับปริญญาอยู่หลายคนด้วย

แล้วก็อีกส่วนหนึ่งก็เป็นนักฟุตบอลของทีมจุฬาฯ-สินธนา ที่เป็นนักเตะประสบการณ์สูง

อย่าง สระราวุฒิ ตรีพันธ์ อดุลย์ หมื่นสมาน สุริยะ อมตเวทย์ นี่คือผลผลิตของครุฯพละ จุฬาฯล้วนๆเลย

ส่วนคนที่ลงป.โทแล้วดร็อปไว้ปีนี้ไม่มีแล้วมั้ง เค้าเลิกแล้วนี่

ปล.อยากรู้จักนักฟุตบอลจุฬาฯมากกว่านี้ เสาร์นี้เจอกันสนามจุ๊บตอน6โมงเย็น
shellingz wrote on Apr 22
pattze said
เลื่อนรอบแรก เพราะเป็นช่วงไว้ทุกข์

เลื่อนรอบสอง เพราะนักฟุตบอลติดโปรแกรมเตะไทยลีก
(นักฟุตบอลเป็นทั้งนิสิตที่เรียนอยู่และจบไปแล้ว)

ประเด็นสำคัญคืองานฟุตบอล"ประเพณี"จะตีความคำว่า"ประเพณี"นี้ยังไงด้วยนะ

ประเพณีของงานบอลหลักๆคือการมีฟุตบอลมาเตะกัน มีกองเชียร์ทั้งสองสถาบันมาเชียร์ทีมของตน

อันนี้คือส่วนหลักที่ทำให้งานสมบูรณ์ตามวัตถุประสงค์คือ

"การสร้างมิตรภาพระหว่างสถาบันหลังจบการแข่ง"

กิจกรรมอื่นก็คือส่วนเติมเต็ม จะมีหรือไม่มีก็ไม่ถือว่างานจะผิดเพี้ยนไป

อย่างปีนี้ก็ไม่มีการแปรอักษร หรือมีการกลับมาของดรัมเมเยอร์ที่หายไปหลายปี

ในมุมมองของผู้มาชมงานแต่ละคนจะตั้งใจมาดูลีด ดูฟุตบอล หรือมาเพื่อแปรอักษร ไม่มีใครไปบังคับได้อยู่แล้วว่าสิ่งที่ต้องการของคนกลุ่มนี้คืออะไร

แต่คิดว่าความตั้งใจในส่วนลึกคงต้องการมาสืบต่องานฟุตบอลประเพณีอยู่บ้างแน่นอน

และเชื่อว่าถึงจะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์

หรือต้องการสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์การจัดงาน

แต่ก็คงไม่ทำให้"สิ่งมีค่า"ที่เกิดจากการจัดงานฟุตบอลประเพณีเสื่อมคลายลง

เลื่อนเพราะติดโปรแกรมไทยลีกนี่ก็น่าเขกกะโหลกนิดๆ
และก็ต้องโทษเรื่องการประสานงานด้วยว่าทำไมถึงไม่เช็กให้รอบคอบ
ไม่ว่ากำหนดจัดงานจะออกมาก่อนหรือหลังประกาศวันงานบอลก็ตาม


ผมก็อยากให้ทุกคนคิดอย่างที่พี่บอกอะ
แต่ใครอ่านก็อาจมองว่าผมเป็นพวกหัวโบราณ หรือไม่ก็ pessimistic สุดขั้ว
นั่นก็เป็นเพราะอยากจะรักษา "สิ่งมีค่า" นี่แหละ

อ่านแล้วรู้สึกดีขึ้นมานิดนึงแฮะ
shellingz wrote on Apr 22
pattze said
อ้อ นักฟุตบอลทีมประเพณีส่วนใหญ่ตอนนี้เป็นพวกที่เรียนอยู่นะ

มีคนที่เพิ่งจบแต่ยังไม่ได้รับปริญญาอยู่หลายคนด้วย

แล้วก็อีกส่วนหนึ่งก็เป็นนักฟุตบอลของทีมจุฬาฯ-สินธนา ที่เป็นนักเตะประสบการณ์สูง

อย่าง สระราวุฒิ ตรีพันธ์ อดุลย์ หมื่นสมาน สุริยะ อมตเวทย์ นี่คือผลผลิตของครุฯพละ จุฬาฯล้วนๆเลย

ส่วนคนที่ลงป.โทแล้วดร็อปไว้ปีนี้ไม่มีแล้วมั้ง เค้าเลิกแล้วนี่

ปล.อยากรู้จักนักฟุตบอลจุฬาฯมากกว่านี้ เสาร์นี้เจอกันสนามจุ๊บตอน6โมงเย็น
ปีที่แล้วมีคนแขวะจุฬาฯเยอะมาก เรื่องซิโก้

ผมเลยฝังใจนิดๆ หุๆๆ
pattze wrote on Apr 22
เออ ไทยลีกนี่เพิ่งมาเลื่อนนะเท่าที่รู้ จริงๆโปรแกรมเสาร์นี้กับศุลกากรต้องเตะเดือนกรกฎาคมนะ

จะไปว่าพี่ๆเค้าก็ไม่ได้อ่ะ เพราะเค้าต้องทำงานหาเงินเหมือนกัน

อีกอย่างทางคนจัดแข่งไทยลีกคงไมไ่ด้สนใจด้วยมั้งว่าจะมีงานบอล
เพราะมันไม่เกี่ยวกับไทยลีกอ่ะ

สรุปคือไม่มีใครผิดหรอก ทำหน้าที่ตัวเองไปแล้วกัน
shellingz wrote on Apr 22
หมายถึงเขกคนจัดงานบอลอะ
pattze wrote on Apr 22
คนจัดงานก็ไม่ผิดเน่อ

เพราะตอนแรกที่ประชุมมีมติจัดงานวันที่ 26 เมษายน ซึ่งไม่ตรงกับงานใดๆและพ้นช่วงไว้ทุกข์ 100 วันมาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์

ต่อมาทางผู้จัดการแข่งขันไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกประกาศแก้ไขโปรแกรมการแข่ง

โดยย้ายโปรแกรมเดิมจากที่จะมีการแข่งในเดือนกรกฎาคมมาแข่งในวันนั้น

เหตุผลคาดว่าจะเนื่องมาจากโปรแกรมการแข่งของทีมชาติไทย

ที่จะแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

ทำให้โปรแกรมไทยลีกที่มีอยู่เดิมต้องเลื่อนไปด้วย

บอกแล้วว่ามันไม่มีใครผิด ไม่ต้องเขกใคร และช่วยกันส่งเสริมฟุตบอลไทยด้วยนะ

แพ้เค้าก็ไม่เป็นไร คนทำทีมจะห่วยก็ไม่เป็นไร ขอแค่มีคนดู บอลไทยต้องพัฒนา

"บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยอยู่ในสายเลือด"
pattze wrote on Apr 22
02 JUN. 19:00TST. THAILAND VS BAHRAIN

07 JUN. BAHRAIN VS THAILAND

14 JUN. 17:30TST. THAILAND VS JAPAN

22 JUN. OMAN VS THAILAND
shellingz wrote on Apr 22, edited on Apr 22
เรื่องคนผิดน่ะช่างมันเถอะ แค่อยากเขกกระโหลกคนจัดงานคงเพราะเหตุผลอื่นด้วยแหละ อิอิ (ตามที่บอกไปด้านบน)

ทุกครั้ง ผมไม่ได้เขียนบล็อกด้วยข้อมูล แต่เขียนด้วยความรู้สึกอะ
คิดยังไงก็ถ่ายทอดไปอย่างนั้น
แต่ก็พยายามยืนอยู่บนข้อมูลที่หาได้ด้วย ไม่ใช่มั่วๆนั่งเทียนเอาแน่นอน



ปล. สำหรับเรื่องบอลไทย แน่นอนว่าต้องเชียร์อยู่แล้ว
"ไทยไม่เชียร์ไทย แล้วใครจะเชียร์เรา" จริงมะ
okaitoudarko wrote on Apr 22
มันจะมีนักบอลมาเตะหรือไม่ก็ไ่ม่สำคัญ


เพราะยังไง...คนก็ไม่ให้ความสนใจอยู่ดี !!! 555+
(หรือไม่จริง ^^")

platongkohphoto wrote on Apr 22
ผมเฉยๆนะครับ
มีก็ดี ไม่มีก็ดีครับ
นักบอลที่ซ้อมกันมาเพื่องานนี้ก็คงอยากลงแข่งเพื่อเป็นเกียรติยศตนเอง ที่ได้ลงแต่ฟุตบอลประเพณีครั้งหนึ่งในชีวิต หรือหลายคนอาจจะลงมาหลายครั้งแล้วก็ตาม ส่วนนักฟุตบอลจะเป็นนักศึกษาปัจจุบันหรือไม่นั้น ผมก็เฉยๆอีกนั้นแหละครับ ผมว่ามองที่เป็นกิจกรรมที่จัดร่วมกัน ผลแพ้ชนะก็ไม่เห็นมีอะไร กีฬาก็คือกีฬา ถ้าหากเอานักบอลดังๆมาร่วมเตะได้ผลว่ายิ่งดีนะครับ ดึงนักเตะต่างชาติมาร่วมด้วยยิ่งดี(อันนี้เว่อร์นะครับ) แต่ถ้าเป็นไปได้ผมว่ามันเป็นสีสันนะ

ที่น่าเห็นใจคือฝ่ายเชียร์ และลีด ที่เห็นซ้อมและเตรียมงานกันมาก่อนหน้านี้ และถึงแม้จะมีการแข่งขัน แต่ก็รู้สึกว่าจะงดการเชียร์เหมือนทุกๆปี (หรือป่าว)

ที่จำเป็นยังต้องมีการแข่งฟุตบอลในปีนี้ทางมหาลัย(สมาคมนิสิตเก่าฯ) ก็คงมีเหตุผลบางประการ ซึ่งผมว่าไม่เห็นเป็นอะไรเลยครับ จะจัดก็จัด แม้สีสันมันจะไม่เหมือนทุกปี ก็แตกต่างไปอีกแบบครับ อย่าคิดมากครับ หลายๆเรื่องผมว่าคิดมากเกินไป ไม่เห็นเกี่ยวกันครับ (แต่ความจริงมันก็เกี่ยวนั่นแหละ พอเข้าใจนะครับ แต่อยากบอกว่าอย่าคิดอะไรมากเท่านั้นเองครับ)
okaitoudarko wrote on Apr 22
ผลแพ้ชนะก็ไม่เห็นมีอะไร
รู้หรือเปล่าว่าภายใต้หน้ากากทั้งหลายทั้่งปวงนะ

เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดีิชิงเด่นกัน ^^
galazpop wrote on Apr 22
เห็นว่าที่เลื่อแล้วเลื่อนอีก
เพราะจุฬากำลังวิ่งเต้นซื้อโรนัลดิญโญ่ให้มาเหยินในหนามจุ้บน่ะ
cloverink wrote on Apr 22
บางครั้งบางเรื่อง
ถ้ามันจำเป็นจริงๆ ก็ต้องยอมมั่งล่ะ

ไม่ใช่ดันทุรัง เพราะมันอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย
แล้วถ้าคิด กรณีเค้ายกเลิก และไม่ดันทุรังอ่ะ

ไม่ใช่ คุณจะออกมา comment เค้าอีกเหรอว่า เค้ายกเลิก งานพระเพณี อันสุดแสนจะขลัง ...

มองหลายๆ มุม อย่ามองแต่มุมของตัวเอง
คิดหลายๆด้าน อย่าคิดแต่ความรู้สึก

ระบายได้ แต่อย่าประนาม
สุดท้าย ใครล่ะ ที่ถูกมองไม่ดี

แต่ยอมรับว่า พูดถูกหลายๆเรื่อง
แต่ในอีกหลายเรื่อง ก็เหมือนคำพูดจะดูขัดแย้งกัน

ผมเป็นคนนอกไม่รู้อะไร --
แต่ก็รู้อยู่หรอกว่าใครได้หน้าเสียหน้า ก็มันเรื่องของสังคม

เพียงแต่ผมเข้ามาอ่าน ก็รู้สึกแย่ตามๆ ไป
อะไรที่แย่อยู่แล้ว พยายามทำให้ดีขึ้น ดีกว่า ทับถม ไม่ดีกว่าเหรอ

โทษที ผ่านมาอ่าน ไม่ได้คิดอะไรมาก เดี๋ยวผมก็ลืม
แต่คนที่ไม่ลืม คือพวกคุณเองนะ !
praewa wrote on Apr 22
ที่ทำงานพี่แพรก็โดนเลื่อนงานกีฬากระทรวงเหมือนกัน แต่ไม่เลื่อนมากขนาดนี้..

ก็เห็นด้วยอ่ะนะ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องเต็มไปหมด

อย่างที่ทำงานพี่แพร ตัวพี่แพรรับผิดชอบเรื่องเชียร์หลีดเดอร์เหมือนกัน ยุ่งพอดูเลยแหละ
aontjun wrote on Apr 22
คือทุกคนอยากให้จัดแหละครับ เค้าก็อยากมีกิจกรรมที่มันเป้นประเพณีมาตลอด

พอจะไม่จัดก้มีคนแย้งให้จัด
พอจะจัดก้มีคนมาขัดว่า ถ้าเลื่อนแล้วก็หน้าจะไม่จัดไปเลย

ต่างคนต่างความคิด แต่งจิตใจ ต่างที่มา.... แต่จะไม่จัดเลย ก้ สงสารคนเตรียมงาน เตรียมกันมา ตั้งนาน มาถูกยกเลิกก่อนหน้า 2 อาทิตย์ก่อนจัดงาน หลีดก็ซ้อม ป้ายแปรอักษรก็ทำ ไหนจะเจรียมนู้นนี้อีกมากมาย... ถ้าไม่จัดเลย สิ่งที่เตรียมมา ที่ลงทุนมา จะทิ้งมันไว้อย่างนั้นก็คงจะไม่ดีแน่

ปัญหาคือ ทางนักศึกษาผู้จัดงาน 2 มหาลัยไม่ได้มีปัญหาในการจัดงาน แต่ปัญหาคือ ทางผู้ใหญ่เค้ามีปัญหาแล้วบอกทางนักศึกษาให้เลื่อน

ส่วนเรื่องที่ว่า ทางผู้จัดให้ความสำคัญกับฟุตบอลน้อยลง แล้วให้ความสำคัญกับส่วนอื่นมากกว่านั้น ผมขอพูดในลักษณะเป้นข้อสังเกตุนะครับ
- กีฬาโอลิมปิกที่จะจัด ทำไมต้องสร้างสนามขึ้นมาใหม่ เพระแค่แข่งกีฬา ทำไมต้องลงทุนเยอะขนาดนั้น
- การแข่งขันกีฬา hi light ของงานอยู่ที่พิธีเปิดและพิธีปิด ไม่ใช่หรือ... อย่างอื่นก้มีแต่ พิธีเปิด-ปิด ก็ถือเป้นhi-light อย่างนึงมิชใช่หรือ
- อันไหนสำคัญ มากกว่ากันระหว่างบอล หรือ แสตน หรือ หลีด ผมว่ามันสำคัญหมดนั้นแหละครับ เตะแต่บอล นักศึกษาในฝ่ายอื่น ๆ ก้คตงจะมีส่วนร่วมน้อยลงเยอะ แต่ที่ภาพมันออกมาว่า ฟุตบอลมันถูกลดความสำคัญลง นั้นเป็นเพระพวกเราไม่ใช่หรือ ที่มันเพื่อที่จะถ่ายรูปหลีด น่ารัก ๆ แต่ก็ไม่ได้ถ่ายรูปนักฟุตบอล อยากไปเดินเล่นในงาน แตก่ไมได้สนใจดูบอลเท่าไหร่ การแปรอักษร ขบวนพาเรด ก็ เป็นสีสันอย่างนึง

แต่ผมว่า บอลเค้าก้ให้ความสำคัญน่ะ เพราะตอนบอลเตะ ก็เห้นนั่งดูทั้งสนามเลยนี้นา


----------------------------------------------------------------------
ฟุตบอล อยู่ที่ไหน สถานะอะไรมันก็เป็นกีฬานะครับ
กีฬา สอนให้คนรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีน้ำใจนักกีฬา
ไม่ได้มุ่งหวังความเป็นเลิศอย่างเดียว
----------------------------------------------------------------------

ก้ค่อนข้างเห็นด้วยรน่ะครับ แต่ การแข่งกีฬา ชื่อมันก้บอกแล้วว่าแข่ง ถ้าไม่ต้องการความเป็นหนึ่ง ความเป้นเลิศจะแข่งทำไม จะมีโอลิมปิกทำไม จะมีบอลโลกทำไม กีฬาสอนให้คนรู้จักแพ้ รู้จักชนะ ก้ แสดงว่าก้ต้องมีคนแพ้ คนชนะ คนชนะก็ถือว่เป้ฯเลิศ ตามตรรกะ ไม่ใช่เหรอครับ เรื่องน้ำใจนั้นมันอยู่ที่คนมองครับ แข่งเสร็จจับมือกันมันก็ถือเปฯน้ำใจ คนแพ้ยอมรับคนชนะ คนชนะให้เกียติผู้แพ้ นั้นก้คือน้ำใจครับ


แต่เห้ฯด้วยอย่างสุดซึ้งกับเรื่องนักกีฬาครับ... อันนี้เห็นด้วยอย่างรุนแรงเลยครับ





ขอบคุณครับ
และสวัสดี
yotsa wrote on Apr 22
เห็นด้วยว่าควรงด
แต่ไม่เห็นด้วยกับที่คุณไปมองฟุตบอลประเพณีเป็นการแก่งแย่งชิงดีกันของทั้งสองสถาบัน

จริง ๆ งานนี้เริ่มเบี่ยงเบนมาหลายปีแล้วครับ โดยเพิ่มจุดประสงค์จากที่มีแค่เตะบอลกระชับมิตร เพิ่มเป็นอย่างอื่นอีกมากมายยยยยยยย
เพียงแต่ว่าผู้จัดงานนี้ (คนที่ทำงานจริง ๆ) คือนักศึกษาหรือนิสิตปัจจุบัน ผู้ซึ่งจะได้ประโยชน์มหาศาล ในการฝึกฝนตัวเอง และสร้างความสามัคคี ทั้งภายในสถาบันตนเอง และกับอีกสถาบันหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ เป็นสิ่งที่ควรให้กำลังใจนะครับ
ผู้ที่หาประโยชน์ เค้าก็หาประโยชน์กันไป เด็กผู้จัด ไม่รู้เรื่องด้วย กลับโดนกระแนะกระแหน ผมว่ามันก็ไม่ถูกเหมือนกัน

งานนี้เตรียมงานหนึ่งปี เพื่อให้ได้งานแค่หนึ่งวันครับ ต้องลองครับ แล้วจะรู้ อิอิอิ
nannielikekiss wrote on Apr 22
ตอนป ตรี เชียร์ธรรมศาสตร์

ป โทย้ายฝั่งมาเรียนจุฬา...

(แต่ก็แอบเชียร์ธรรมศาสตร์อยู่)

ฮ่าๆๆๆ
maprangoz wrote on Apr 22
งืมๆๆ เห็นด้วยค่ะ

ตอนนี้มันกลายเป็นงานเชียร์หลีดเดอร์ประเพณีไปแล้ว

สิ้นเปลืองงบประมาณสุดๆ
daiiiz wrote on Apr 23
ผมอยากเสริมความคิดของผมนะ
ผมอยากให้เอานักเตะทีมชาติออกไปให้หมด
แล้วเอานักฟุตบอลของแต่ละคณะๆละคนมารวมทีมกัน
มันดูให้ความสำคัญกับนิสิตในมหาลัยคนอื่นๆดีนะ
คนดูจะได้มาเชียร์คนของคณะตัวเองด้วย
เพราะว่าทั้งที่เป็นงานฟุตบอลประเพณี
แต่กลับมาเชียร์ทีมชาติเตะแข่งกัน -*-
heathrow wrote on Apr 23
เลื่อนอีกแล้วเหรอครับ แหะๆผมตกข่าวครับ
ก็เห็นด้วยนะครับ ว่าความขลังเริ่มลดลงทุกๆปี ทุกๆปี ตั้งแต่การร้องเพลงเชียร์น้อยลงแล้วเปิดเครื่องเสียงมากขึ้น ถึงผมจะจบมาไม่นานแต่ก็ คิดถึงบรรยากาศที่ร่วมกันร้องเพลงเชียร์ครับ แต่หลังๆ โดยเฉพาะช่วงพัก มีการเปิดเครื่องเสียงเพื่อแสดง เสียงดังมากๆ เหมือน ประกวดหรือคอนเสิร์ต มากกว่าจะเป็นบรรยากาศการแสดงน้ำใจ สปิริตของคนใน สแตนด์น่ะครับ

แต่ปีนี้ก็เป็นเรื่องสุดวิสัยจริงๆเนอะ การที่เลื่อนบ่อยๆ ก็มองได้หลายๆมุมมอง จากคนหลายๆกลุ่มครับ แต่ละคนก็มีเหตุผลของตัวเอง ผมเฉยๆครับ ถ้าจัดผมก็ไปครับ อย่างน้อยก็เป็นโอกาสได้รวมเพื่อนๆ ในรุ่นอีกครั้ง

ในความรู้สึกของผม งานบอลประเพณี เป็นอะไรที่มากกว่า "ฟุตบอล" นะครับ ประกอบด้วยกันหลายๆส่วน และจากมุมมองของคนที่จบไปแล้วก็คือโอกาสที่จะได้ "กลับบ้าน" อีกครั้งครับ แม้ว่าบรรยากาศจะเปลี่ยนไป แต่มันก็คืองานของ "บ้าน" เราครับ

ก็เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ คงไม่ได้มองว่าอะไรถูกอะไรผิด แต่ไม่ว่ายังไงผมก็คงไปร่วมครับ เพราะคงจะไม่อยู่อีกหลายปี อยากเก็บความทรงจำไว้ครับ :D
arttatee11 wrote on Apr 23
เดือนมกรา ทำไมต้องเลื่อน คนไทยน่าจะรู้กันนะ
ส่วนจะเลื่อนอีกกี่ครั้ง คนจัดก้อต้องมีเหตุผล คนไปก็ต้องเข้าใจครับ เจอกันครึ่งทาง ส่วนคำว่า บอลประเพณี มันก็ต้องเป็นประเพณี ที่ต้องจัด ถ้าไม่พร้อมก็ต้องเลื่อนครับ

อิอิ คนนอกเหมือนกาน
yungying04 wrote on Apr 23
จัดก็ไป ไม่จัดก็ไม่เป็นไร ยังไงก็ได้
diew wrote on Apr 23
:)
wcdma wrote on Apr 23
ความขลัง ของงานบอลอยู่ที่การที่มีงานต่อเนื่องทุกปี(เท่าที่จะจัดได้)
จะเลื่อนกี่รอบก็ไม่สำคัญครับ
งานบอล ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ฟุตบอลหรือใครเป็นนักบอล
ผมว่านักศึกษาส่วนใหญ่แทบไม่รู้ และสนใจด้วยซ้ำว่าใครเป็นนักบอล
แต่แน่นอน ใครก็อยากให้ทีมตัวเองชนะเป็นธรรมดาครับ

สิ่งที่ทำให้เป็นงานบอลประเพณี การแปรอักษร กองเชียร์ ขบวน
อาจจะมองดูเหมือนเรื่องธรรมดา ที่ดูเหมือนไม่น่าสนใจ
แต่การที่จะทำให้คนนับพันมาพร้อมใจกันร้องเพลง นั่งตากแดด
หรือ staff ที่ต้องมาเตรียมการสมัยก่อนต้องนั่งกรอกโค้ดแปรอักษรด้วยมือทีละใบ
หรือตื่นมาแต่ตีสี่มาขนเพลทแปรอักษรไปที่สนามและขนกลับหลังงานเลิก
คนที่ขึ้นสเตนเชียร์คนแรกๆได้มี Staff ปรบมือให้ตลอดทาง
เมื่อมองย้อนกลับไป คุณอาจจะภูมิใจที่ได้เป็นจุดเล็กๆ ที่ร่วมสร้างประเพณีครับ



platongkohphoto wrote on Apr 23
รู้หรือเปล่าว่าภายใต้หน้ากากทั้งหลายทั้่งปวงนะ

เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดีิชิงเด่นกัน ^^
อือ,,,,,
อย่างนั้นเหรอครับ
ผมว่าถ้าทุกคนคิดแบบนี้ มันก็คงทุกๆเรื่องในชีวิตแหละครับ

อยากให้พยายามคิดทางบวกกันให้มากๆนะครับ
platongkohphoto wrote on Apr 23
มันจะมีนักบอลมาเตะหรือไม่ก็ไ่ม่สำคัญ


เพราะยังไง...คนก็ไม่ให้ความสนใจอยู่ดี !!! 555+
(หรือไม่จริง ^^")

ผมว่าไม่นะครับ

ตลอดทุกปีที่ผ่านมาผมว่ามันสำคัญเท่าๆกันทั้งกองเชียร์ ทั้งฟุตบอล

โดยส่วนตัวแล้วผมสนุกกับฟุตบอลมากกว่าด้วยนะครับ
shellingz wrote on Apr 23
มันจะมีนักบอลมาเตะหรือไม่ก็ไ่ม่สำคัญ


เพราะยังไง...คนก็ไม่ให้ความสนใจอยู่ดี !!! 555+
(หรือไม่จริง ^^")

ข้อนี้อาจพิสูจน์ได้ไม่ยาก
ให้ตอบว่าผลการแข่งขันย้อนหลังไปเท่ากับจำนวนปีที่คุณเป็นนิสิต-นักศึกษาของสองสถาบันนี้
เป็นเท่าไรมั่ง ใครทำประตูมั่ง
shellingz wrote on Apr 23
เห็นว่าที่เลื่อแล้วเลื่อนอีก
เพราะจุฬากำลังวิ่งเต้นซื้อโรนัลดิญโญ่ให้มาเหยินในหนามจุ้บน่ะ
งั้นต้องให้เรียน ป.ตรีนะ
ขอเป็นคณะวิศวะแล้วกัน ^ ^
shellingz wrote on Apr 23
แล้วถ้าคิด กรณีเค้ายกเลิก และไม่ดันทุรังอ่ะ

ไม่ใช่ คุณจะออกมา comment เค้าอีกเหรอว่า เค้ายกเลิก งานพระเพณี อันสุดแสนจะขลัง ...

มองหลายๆ มุม อย่ามองแต่มุมของตัวเอง
คิดหลายๆด้าน อย่าคิดแต่ความรู้สึก

ระบายได้ แต่อย่าประนาม
สุดท้าย ใครล่ะ ที่ถูกมองไม่ดี

แต่ยอมรับว่า พูดถูกหลายๆเรื่อง
แต่ในอีกหลายเรื่อง ก็เหมือนคำพูดจะดูขัดแย้งกัน

ผมเป็นคนนอกไม่รู้อะไร --
แต่ก็รู้อยู่หรอกว่าใครได้หน้าเสียหน้า ก็มันเรื่องของสังคม

เพียงแต่ผมเข้ามาอ่าน ก็รู้สึกแย่ตามๆ ไป
อะไรที่แย่อยู่แล้ว พยายามทำให้ดีขึ้น ดีกว่า ทับถม ไม่ดีกว่าเหรอ

โทษที ผ่านมาอ่าน ไม่ได้คิดอะไรมาก เดี๋ยวผมก็ลืม
แต่คนที่ไม่ลืม คือพวกคุณเองนะ !
ผมได้บอกไปแล้วว่าผมใช้ความรู้สึกเขียนบล็อกนะครับ

โอเค สมมติว่าถ้าเค้ายกเลิก และเหตุผลที่ยกเลิกนั้นยอมรับได้ (ซึ่งก็มีไม่กี่เหตุผลที่จะฟังขึ้น) ผมว่าผมไม่เสียใจนะ ที่ไม่ได้ทำงานบอล ถ้าทำแล้วไม่สะดวกใจ
แต่ถ้าเป็นประเภท จู่ๆ ก็บอกว่างานบอลล่ม ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ที่ฟังไม่ขึ้น มันก็ต้องมีโวยกันนิดนึงล่ะ เพราะแน่นอนว่าทุกคนรองานบอลมาทั้งปี เป็นไคลแมกซ์ของกิจกรรม

การที่ผมเขียนให้ขัดเแย้งกันในบา่งจุด เพราะผมพยายามมองหลายมุม คิดหลายด้าน เท่าที่จะเข้าใจกับมุมนั้นๆ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ ^ ^
shellingz wrote on Apr 23
aontjun said
ส่วนเรื่องที่ว่า ทางผู้จัดให้ความสำคัญกับฟุตบอลน้อยลง แล้วให้ความสำคัญกับส่วนอื่นมากกว่านั้น ผมขอพูดในลักษณะเป้นข้อสังเกตุนะครับ
- กีฬาโอลิมปิกที่จะจัด ทำไมต้องสร้างสนามขึ้นมาใหม่ เพระแค่แข่งกีฬา ทำไมต้องลงทุนเยอะขนาดนั้น
- การแข่งขันกีฬา hi light ของงานอยู่ที่พิธีเปิดและพิธีปิด ไม่ใช่หรือ... อย่างอื่นก้มีแต่ พิธีเปิด-ปิด ก็ถือเป้นhi-light อย่างนึงมิชใช่หรือ
- อันไหนสำคัญ มากกว่ากันระหว่างบอล หรือ แสตน หรือ หลีด ผมว่ามันสำคัญหมดนั้นแหละครับ เตะแต่บอล นักศึกษาในฝ่ายอื่น ๆ ก้คตงจะมีส่วนร่วมน้อยลงเยอะ แต่ที่ภาพมันออกมาว่า ฟุตบอลมันถูกลดความสำคัญลง นั้นเป็นเพระพวกเราไม่ใช่หรือ ที่มันเพื่อที่จะถ่ายรูปหลีด น่ารัก ๆ แต่ก็ไม่ได้ถ่ายรูปนักฟุตบอล อยากไปเดินเล่นในงาน แตก่ไมได้สนใจดูบอลเท่าไหร่ การแปรอักษร ขบวนพาเรด ก็ เป็นสีสันอย่างนึง

แต่ผมว่า บอลเค้าก้ให้ความสำคัญน่ะ เพราะตอนบอลเตะ ก็เห้นนั่งดูทั้งสนามเลยนี้นา
ผมแค่รู้สึกน้อยใจในฐานะคนดูบอลคนนึงน่ะครับ
หลายจังหวะผมกับเพื่อนๆเชียร์อย่างเอาเป็นเอาตาย แต่คนถัดไปกำลังใช้ไบน็อคส่องหลีด

ผมคิดว่า ก่อนแข่ง จะเล่นกิจกรรมอะไรก็เล่นไปเถอะ
แต่พอบอลเตะ ขอให้ทุกคนมีสมาธิกับการเชียร์บอล ถ้าพลาดก็เสียดายพอประมาณ อย่าถึงกับด่าพ่อล้อแม่นักฟุตบอล
ถ้ายิงเข้า ก็ดีใจกันให้เต็มคราบ อาจจะมีเพลตล้อฝั่งตรงข้ามนิดๆ พอสนุก แล้วก็กลับมาเชียร์บอลต่อ
พอจบเกม ก็ปรบมือให้กับนักกีฬาทั้งสองฝั่ง ขึ้นเพลตเพื่อแสดงความขอบคุณนักกีฬา แพ้ชนะก็ไม่เป็นไร ให้จบไปในเกม
นี่คือรูปแบบการเชียร์ที่ผมฝันเอาไว้ครับ

ที่ว่าตอนบอลเตะแล้วนั่งดูทั้งสนามนี่ ไม่หรอกครับ บางทีอาจจะมีคอนเสิร์ตขึ้นมาให้ดูประกอบฟุตบอลอะ เห็นแล้วก็ อืมนะ...
iambig wrote on Apr 23
1. ไม่คิดมุมกลับด้านบวกบ้างหรือครับ ว่าเป็นปีเดียวใน รอบ74ปี ที่ประเพณีแถวสามย่านนี้ไม่จัดเดือน มค. เพราะ..... น่าจะเป็นความทรงจำได้ดีนะครับ
2. ส่วนความขลังนี่ ทุกสิ่งในโลกมีวัฎ ของตัวเอง บูมได้ ซาได้ กลับมา ฮิป อีกก้อยังมีถมไปครับ หรือเลิกล้างไปเลยก้อมี .......อย่าไปยึดติดครับ(เพราะมีประเพณีนี้ก้อเหมือนนิ้วที่ชี้ไปดวงจันทร์..นิ้วอะสำคัญน้อยกว่า มองข้ามๆไปบ้างก้อได้)
3. พวกเรายังมีความทรงจำดีๆ และมีความสนุกในงานประเพณีก้อไปร่วมกัน แบบวันคืนเก่าๆบรรยากาศที่เคยชอบ .... ส่วนตัวผม ชอบบรรยากาศ การแปรอักษร การจัดเชียร์ต่างๆ เพราะสะท้อนสภาพสังคมในแต่ละยุค ผ่าน นิสิต นศ.(ผู้เข้าสู่กระบวนการฝึกฝนทางความคิดในแต่ละรั้วสถาบัน) อยากรู้จังยุคปังย่าจะต่างกับยุคเกมContraแค่ไหนครับ5555555

ทรรศนะมิติส่วนตัวทั้งหมดนะครับอย่าสนใจสิ่งที่ผม เมนท์เลยครับ55
shellingz wrote on Apr 23
yotsa said
เห็นด้วยว่าควรงด
แต่ไม่เห็นด้วยกับที่คุณไปมองฟุตบอลประเพณีเป็นการแก่งแย่งชิงดีกันของทั้งสองสถาบัน

จริง ๆ งานนี้เริ่มเบี่ยงเบนมาหลายปีแล้วครับ โดยเพิ่มจุดประสงค์จากที่มีแค่เตะบอลกระชับมิตร เพิ่มเป็นอย่างอื่นอีกมากมายยยยยยยย
เพียงแต่ว่าผู้จัดงานนี้ (คนที่ทำงานจริง ๆ) คือนักศึกษาหรือนิสิตปัจจุบัน ผู้ซึ่งจะได้ประโยชน์มหาศาล ในการฝึกฝนตัวเอง และสร้างความสามัคคี ทั้งภายในสถาบันตนเอง และกับอีกสถาบันหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ เป็นสิ่งที่ควรให้กำลังใจนะครับ
ผู้ที่หาประโยชน์ เค้าก็หาประโยชน์กันไป เด็กผู้จัด ไม่รู้เรื่องด้วย กลับโดนกระแนะกระแหน ผมว่ามันก็ไม่ถูกเหมือนกัน

งานนี้เตรียมงานหนึ่งปี เพื่อให้ได้งานแค่หนึ่งวันครับ ต้องลองครับ แล้วจะรู้ อิอิอิ
ผมเคยทำเป็นสวัสดิ์สแตนด์งานบอล 63 (ปีที่แล้ว) ครับ
ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ก็คุ้มมากๆ

ธงที่ตั้งไว้คือ ต้องต้อนคนขึ้นสแตนด์ให้เต็มก่อนฝั่ง มธ. ให้ได้
พอสแตนด์จุฬาฯเต็มก่อนปุ๊บ ก็มีการออกกระจายเสียงให้อีกฝั่งรู้ มีโห่ฮา บลัฟกันเล็กน้อยถึงปานกลาง
ฝั่ง มธ.ก็บอกว่า ตัวเองอยู่ไกล จุฬาฯเต็มก่อนก็ไม่แปลก ปีก่อนๆสิแปลก กว่าจุฬาฯจะเต็มก็หลัง มธ.เป็นชั่วโมงๆ ฯลฯ

ใช่ครับ ในรุ่นของผม อาจจะยังพอเข้าใจว่า มันเป็นกลวิธีในการเรียกคนขึ้นสแตนด์ ให้คนมางานบอล มามีส่วนร่วมกับประเพณีนี้เท่านั้น
แต่รุ่นน้องของผมล่ะ จะยังเข้าใจจุดประสงค์นี้ชัดเจนดีรึเปล่า
shellingz wrote on Apr 23
ตอนป ตรี เชียร์ธรรมศาสตร์

ป โทย้ายฝั่งมาเรียนจุฬา...

(แต่ก็แอบเชียร์ธรรมศาสตร์อยู่)

ฮ่าๆๆๆ
โอ้ ยอดไปเลยครับ

สักครั้งในชีวิตจะไปนั่งฝั่งเหลืองแดงมั่ง
(แต่ก็ยังไม่ได้ขึ้นของฝั่งจุฬาฯเลย 55)
encodeo wrote on Apr 23
ขอบคุณที่ส่งลิ๊งค์มาให้อ่านนะครับ
หลังจากได้อ่านเนื้อหากระทู้และคอมเมนท์แล้ว
ผมคิดว่า สิ่งใดจะเกิดขึ้น ย่อมมีทั้งข้อดีข้อเสีย คนได้ประโยชน์ คนเสียประโยชน์ ตามแต่กรอบอ้างอิง บรรทัดฐาน กาลเทศะ ความเหมาะสม ในแง่ต่างๆครับ
แต่เหตุผลที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นจะเกิดขึ้นในท้ายที่สุด มันย่อมต้องมีเหตุผลในการดำรงอยู่ อย่างเช่นการที่เลื่อนงานแล้วเลื่อนงานอีก จนในที่สุดก็ได้เป็นวันที่ 17พค นี้นั้น ได้ผ่านขั้นตอนของการไตร่ตรองโต้แย้งจากผู้จัดงานฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยไปแล้ว
.
ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่ทำได้ คงเป็นการทำหน้าที่ในบทบาทที่ตนเองเกี่ยวข้องกับงานนี้
ให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่แต่ละคนตั้งใจไว้ และ ก่อเกิดประโยชน์ต่อสังคม ต่อความสัมพันธ์ระหว่างมหาลัย ได้ประสบการณ์จากการทำกิจกรรมระหว่างนิสิตด้วยกัน และ ได้พัฒนาตนเอง ที่สุดครับ
shellingz wrote on Apr 23
daiiiz said
ผมอยากเสริมความคิดของผมนะ
ผมอยากให้เอานักเตะทีมชาติออกไปให้หมด
แล้วเอานักฟุตบอลของแต่ละคณะๆละคนมารวมทีมกัน
มันดูให้ความสำคัญกับนิสิตในมหาลัยคนอื่นๆดีนะ
คนดูจะได้มาเชียร์คนของคณะตัวเองด้วย
เพราะว่าทั้งที่เป็นงานฟุตบอลประเพณี
แต่กลับมาเชียร์ทีมชาติเตะแข่งกัน -*-
ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ครับ
ถ้าบังเอิญว่ามีนิสิตปัจจุบันของจุฬาฯติดทีมชาติ มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ส่งเขาลงนะ
การให้คนจากทุกคณะได้มีส่วนร่วมมันก็ดีนะ แต่ฟุตบอลมันลงจริงๆได้ทีละ 11 คน ซึ่งจำนวนคณะของแต่ละสถาบันเชื่อว่าเกิน 11 แน่ๆ
ทีนี้ คนช่างคิดก็จะเปรียบเทียบแล้วว่า คณะนี้ใหญ่กว่า สำคัญกว่า เป็นที่นิยมกว่า ฯลฯ

แต่ก็เป็นแนวคิดที่ดีครับ
shellingz wrote on Apr 23
wcdma said
ความขลัง ของงานบอลอยู่ที่การที่มีงานต่อเนื่องทุกปี(เท่าที่จะจัดได้)
จะเลื่อนกี่รอบก็ไม่สำคัญครับ
งานบอล ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ฟุตบอลหรือใครเป็นนักบอล
ผมว่านักศึกษาส่วนใหญ่แทบไม่รู้ และสนใจด้วยซ้ำว่าใครเป็นนักบอล
แต่แน่นอน ใครก็อยากให้ทีมตัวเองชนะเป็นธรรมดาครับ

สิ่งที่ทำให้เป็นงานบอลประเพณี การแปรอักษร กองเชียร์ ขบวน
อาจจะมองดูเหมือนเรื่องธรรมดา ที่ดูเหมือนไม่น่าสนใจ
แต่การที่จะทำให้คนนับพันมาพร้อมใจกันร้องเพลง นั่งตากแดด
หรือ staff ที่ต้องมาเตรียมการสมัยก่อนต้องนั่งกรอกโค้ดแปรอักษรด้วยมือทีละใบ
หรือตื่นมาแต่ตีสี่มาขนเพลทแปรอักษรไปที่สนามและขนกลับหลังงานเลิก
คนที่ขึ้นสเตนเชียร์คนแรกๆได้มี Staff ปรบมือให้ตลอดทาง
เมื่อมองย้อนกลับไป คุณอาจจะภูมิใจที่ได้เป็นจุดเล็กๆ ที่ร่วมสร้างประเพณีครับ



คนพร้อมใจกันมางานบอล ดูแล้วมันเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ก็จริง

แต่กว่าจะเข็นกันมาได้ ก็ลำบากพอดูครับ ทั้งต้องล่อ ต้องลาก ดึง สารพัด
ดังนั้น ถ้าเห็นคนที่มางานบอลด้วยใจเนี่ย ผมให้ความเลื่อมใสจริงๆ คุณแน่มาก

ปีที่แล้ว มีคุณยาย(ถ้าให้เดา ก็น่าจะนิสิตเก่าบัญชี)อายุ 70 กว่าขึ้นสแตนด์
พวกผมที่ทำสวัสดิ์สแตนด์กันอยู่เห็นแล้วก็รู้สึกอึ้ง และชื่นชมคุณยายคนนั้่นมากๆ

ถ้าทุกคนมาด้วยใจอย่างนี้ ผมว่ามันจะเจ๋งมากๆ


ส่วนตัวงาน ถ้าจัดได้ทุกปีย่อมดีแน่นอนครับ
แต่ถ้ามีเหตุให้ต้องเลื่อนอย่างนี้ PR ต้องยอมทำงานหนักกว่าเดิม
แล้วถ้าเลื่อนแล้วเลื่อนอีกอย่างนี้ PR ต้องยอมทำงานหนักกว่าเดิมขึ้นไปอีก
ที่สำคัญคือ คนที่ไม่ได้มีใจจริงๆ ก็คงจะเบื่อและไม่สนใจงานบอลไปเลย ไม่ว่า PR จะโหมแค่ไหนก็ตาม และในที่สุดมันก็จะกลายเป็นสูญเปล่าไป
shellingz wrote on Apr 23
iambig said
1. ไม่คิดมุมกลับด้านบวกบ้างหรือครับ ว่าเป็นปีเดียวใน รอบ74ปี ที่ประเพณีแถวสามย่านนี้ไม่จัดเดือน มค. เพราะ..... น่าจะเป็นความทรงจำได้ดีนะครับ
2. ส่วนความขลังนี่ ทุกสิ่งในโลกมีวัฎ ของตัวเอง บูมได้ ซาได้ กลับมา ฮิป อีกก้อยังมีถมไปครับ หรือเลิกล้างไปเลยก้อมี .......อย่าไปยึดติดครับ(เพราะมีประเพณีนี้ก้อเหมือนนิ้วที่ชี้ไปดวงจันทร์..นิ้วอะสำคัญน้อยกว่า มองข้ามๆไปบ้างก้อได้)
3. พวกเรายังมีความทรงจำดีๆ และมีความสนุกในงานประเพณีก้อไปร่วมกัน แบบวันคืนเก่าๆบรรยากาศที่เคยชอบ .... ส่วนตัวผม ชอบบรรยากาศ การแปรอักษร การจัดเชียร์ต่างๆ เพราะสะท้อนสภาพสังคมในแต่ละยุค ผ่าน นิสิต นศ.(ผู้เข้าสู่กระบวนการฝึกฝนทางความคิดในแต่ละรั้วสถาบัน) อยากรู้จังยุคปังย่าจะต่างกับยุคเกมContraแค่ไหนครับ5555555

ทรรศนะมิติส่วนตัวทั้งหมดนะครับอย่าสนใจสิ่งที่ผม เมนท์เลยครับ55
1. เป็นความคิดที่น่าสนใจนะครับ แต่ว่าที่จะยากคือในปีนั้นๆน่ะครับ เพราะช่วง ม.ค. คือช่วงที่คนยัง alert อยู่ เพิ่งพ้นปีใหม่มา และเพื่งสอบเสร็จ อยากระบายกันเต็มที่อยู่แล้ว อารมณ์เดือน เม.ย. พ.ค. ก็เลยดูแปลกๆ ไป

2. ข้อนี้ผมก็ไม่ได้สนใจเท่าไรครับ ทุกอย่างอยู่ที่แต่ละคนว่าจะคิดยังไงกับงานบอลมากกว่า

3. โอ้ ถ้าคอนทราก็ต้องย้อนไปประมาณสิบปีเลยสิครับ อิอิ
ถ้าจะมีแตกต่างก็คง นิสิตนักศึกษาหญิง ฟิตเปรี๊ยะกว่าเดิมครับ ^ ^
shellingz wrote on Apr 23
encodeo said
ขอบคุณที่ส่งลิ๊งค์มาให้อ่านนะครับ
หลังจากได้อ่านเนื้อหากระทู้และคอมเมนท์แล้ว
ผมคิดว่า สิ่งใดจะเกิดขึ้น ย่อมมีทั้งข้อดีข้อเสีย คนได้ประโยชน์ คนเสียประโยชน์ ตามแต่กรอบอ้างอิง บรรทัดฐาน กาลเทศะ ความเหมาะสม ในแง่ต่างๆครับ
แต่เหตุผลที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นจะเกิดขึ้นในท้ายที่สุด มันย่อมต้องมีเหตุผลในการดำรงอยู่ อย่างเช่นการที่เลื่อนงานแล้วเลื่อนงานอีก จนในที่สุดก็ได้เป็นวันที่ 17พค นี้นั้น ได้ผ่านขั้นตอนของการไตร่ตรองโต้แย้งจากผู้จัดงานฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยไปแล้ว
.
ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่ทำได้ คงเป็นการทำหน้าที่ในบทบาทที่ตนเองเกี่ยวข้องกับงานนี้
ให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่แต่ละคนตั้งใจไว้ และ ก่อเกิดประโยชน์ต่อสังคม ต่อความสัมพันธ์ระหว่างมหาลัย ได้ประสบการณ์จากการทำกิจกรรมระหว่างนิสิตด้วยกัน และ ได้พัฒนาตนเอง ที่สุดครับ
ก็ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีนั่นแหละครับ
เพราะถึงยังไงมันก็เป็นงานของเราทุกคนอยู่แล้ว
pookna wrote on Apr 23
ตกข่าวไม่รู้เลยนะเนี่ยว่างานบอลเลื่อนมาขนาดนี้ ตั้งแต่จบมาก็เคยไปร่วมเชียร์ครั้งเดียว คิดว่าแม้บรรยากาศจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่คิดว่ามีก็ดีกว่าไม่มี
thesolo43 wrote on Apr 23, edited on Apr 23
จะเลือกรัยดีง่ะ ดู event 17 พค นี้ดิ น่าสนใจทั้งน้านน ชนโครม

งานเทศกาลดนตรีที่หัวหิน ฟรีด้วย สบายๆ ศิลปินมากมายก่ายกอง เที่ยงยันดึก
http://www.thaiticketmajor.com/concert/honda_summer_fest.php
ไหนจะ ทีมชาติไทย เจอ แมน ซิตี้ ที่ราชมังคลาอีก ว่าจะไปดู นานๆนักเตะระดับโลกมาที

จะมาจัดวันนี้ทามมายค้าบพี่น้องค้าบบบบ
buzzenith wrote on Apr 23
เขาจะเกณฑ์น้องเฟรชชี่ขึ้นแสตนด์อะ...
เพราะวันที่16มันเป็นวันแรกพบคณะ....

ทิ้งไว้หน่อยล่ะกัน....
เราทำมันเพราะความสุขและอยากทำ
คนอื่นจะทำเพื่ออะไรก็ช่าง....ฮิ้ววววววววววว
realvolution wrote on Apr 23
นึกว่าจะมีเราบ่นอย่คนเดียวลำพัง มีคนคิดเหมือนเราด้วยแฮะ
คือจะอะไรยังไงก็ไม่ว่า แต่การที่มาเลื่อนเนี่ยสะเทือน
แฮะๆ
เอาเป็นว่า..มันเหลืออะไรบ้างเนี่ย 17 พค เนี้ย
okaitoudarko wrote on Apr 23
อือ,,,,,
อย่างนั้นเหรอครับ
ผมว่าถ้าทุกคนคิดแบบนี้ มันก็คงทุกๆเรื่องในชีวิตแหละครับ

อยากให้พยายามคิดทางบวกกันให้มากๆนะครับ
ก็อยากจะคิดอยู่หรอกนะคะ

แต่คุณลองมาเป็นเพื่อนของคนที่โดน "เส้น" เีบีัียดบังไปนี้สิ

toeyphoto wrote on Apr 23
อืม ไม่รู้แฮะ บางอย่างก็เกินไปเหมือนกัน เล่นพวกพ้องเหลือเกิน

แต่ก็......... ดูหลีด พอบัีนเทิงใจไปละกัน ไม่คิดมาก หาความสุขดีกว่า
okaitoudarko wrote on Apr 23
ผมว่าไม่นะครับ

ตลอดทุกปีที่ผ่านมาผมว่ามันสำคัญเท่าๆกันทั้งกองเชียร์ ทั้งฟุตบอล

โดยส่วนตัวแล้วผมสนุกกับฟุตบอลมากกว่าด้วยนะครับ

บังเอิญว่าเราเป็นหนึ่งในคณะทำงาน แล้วก็รู้ดี(ในระดับหนึ่งนะึคะ)

คุณอาจจะเป็นคนทีสนุำกกับฟุตบอล
แต่การนิรนัยว่าทุกคนเป็นเหมือนคุณมันก็ไม่ใช่น๊ะ ^^


ปล.เราเป็นอีกคนที่สนุกกับบอลเหมือนกัน เพราะว่าเพื่อนๆพี่ๆเราเตะนะ
okaitoudarko wrote on Apr 23
อือ,,,,,
อย่างนั้นเหรอครับ
ผมว่าถ้าทุกคนคิดแบบนี้ มันก็คงทุกๆเรื่องในชีวิตแหละครับ

อยากให้พยายามคิดทางบวกกันให้มากๆนะครับ