ร้าน Shelling บริการ

Blog


ผมโดนแท็กครับ

จริงๆ ไม่ชอบเล่นเกมนี้เท่าไร แรกๆ มันก็มีสาระดีอยู่หรอก
แต่ตอนนี้มันไม่ต่างจากฟอร์เวิร์ดเมล เกมยี่สิบคำถามอะไรเทือกนั้น

แต่ก็เอาซะหน่อยละักัน คลายเครียด เพิ่งทำรายงานเสร็จ
(ลุงนะลุง......)


 เอโดงาวะ โคนัน
(ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน - Gosho Aoyama, 1994~present)


1. ชอบตัวละครนี้มั้ย?


เคยชอบอยู่นะ แน่ล่ะ อ่านครั้งแรกก็ต้องชอบตัวละครหลักสิ
(ว่าแต่ ไอ้เด็กนี่เป็นตัวละครหลักรึเปล่านะ?)

แต่ตอนนี้..... สารภาพว่าดูการ์ตูนเรื่องนี้เพราะรอฟังเพลง OP/ED + ไม่มีอะไรทำ (กร๊ากก~~~~~)


2. เรียก Character ตัวนี้ว่าอะไร?

- โคนันคุง : เคยเรียกเมื่อหลายปีที่แล้ว
- โคนัน : เมื่อหลายปีก่อน
- เด็กแว่น : เมื่อเร็วๆ นี้
- ไอ้เด็กแว่นขี้เก๊ก : จำได้ว่าเคยเรียกอยู่ทีนึงรึสองทีนะ
- ขบวนการห้าสี : เมื่ออยู่ร่วมกับผองเพื่อนอย่างโคจิมะคุง สึบุรายะคุง โยชิดะคุง และไฮบาระจัง (บันซาย~~~~~~)


3. สีอิมเมจของ Character ตัวนี้คือ ?

สีเหรอ... ไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยนะ
แต่คิดว่าคงเป็นสีส้ม แดง...... สีของเปลวเพลิง ระเบิด และเลือด ที่มีทุกที่ที่มีโคนัน (กรั่กๆๆ)


4. เพลงอิมเมจของตัวละครตัวนี้คือ ?

Kimi ga Ireba - Main Theme ของภาคมูฟวี่ ถ้าจะให้ชัดก็คือต้องมีไดอะล็อกประกอบ
"ผมคือยอดนักสืบมัธยมปลาย คุโด้ ชินอิจิ วันหนึ่งขณะที่ผมกำลังเที่ยวสวนสนุก........ ร่างกายผมก็หดเล็กลงซะแล้ว..."
(เที่ยวๆ อยู่ เล็กลงเลย?)


5. คิดว่าตัวละครนี้กรุ๊ปเลือดอะไร

"เด็กคนนี้กรุ๊ปเลือดเดียวกับหนูค่ะ..."
โมริ รัน - ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน เล่ม 26 File 1 (ใช่มะ)


6. ในเรื่องคิดว่า character ตัวไหนที่คู่กับตัวนี้แล้ว OK ?

มีด้วยเหรอ?

ไม่หรอก ตอนแรกก็ไม่คิดอย่างนี้น่ะนะ แต่พอเห็นไฮบาระคุงน่ารักอย่างนี้......
ผมขอยกแม่หญิงโยชิดะ อายูมิ ให้เด็กแว่นนี่เลยเอ้า!


7. คำพูดอะไรที่อยากให้ Character ตัวนี้พูด

"ขอโทษครับ ทั้งหมดนี่เป็นความผิดของผมเองที่สันนิษฐานผิดพลาด อภัยให้ผมด้วย... OTL"
จริงๆ นะเอ้า!!


8. จับมือ,กอด,จูบ, ถ้าให้ทำได้อย่างนึงในสามอย่างนี้จะทำอะไร

เลือกข้อสี่: ออกแรงเตะก้นเต็มที่เท่าที่จะมีแรงเอ็นดู (กรั่กๆๆ)


9. ส่ง tag ให้อีก 5 คนพร้อมเลือกตัวละครด้วย

ขออนุญาตไม่ส่งละกัน ไม่รู้จะัให้ใครทำ และมันคงเป็นทุกข์เหมือนที่ต้องทำตามข้อความท้ายฟอร์เวิร์ดเมลทุกฉบับ หุๆๆๆ.....

บล็อกนี้เกี่ยวกับความรู้สึกของผมที่มีต่อดนตรีนะครับ อาจจะฟังดูแปลก แต่ก็ขอให้ช่วยฟัง
เพราะเมื่อเจอแล้วมันต้องเอามาบอกเล่า



เมื่อวาน หลังจากเรียนเสร็จ ผมได้แวะไปที่สยามสแควร์ เพื่อเดินเล่น
โดยความตั้งใจลึกๆ คือ อยากจะไปหาซื้อหนังสือหรือการ์ตูนมาอ่านสักเล่ม

ผมเดินเลือกไปเรื่อยๆ ก็ไม่ถูกใจสักที ในที่สุด ผมก็มาโผล่ที่ชั้น 7 มาบุญครอง
หลังจากที่ลองไปเช็กว่าการ์ตูนที่ตามเล่มใหม่ออกหรือยัง ร้านต่อไปที่จะสำรวจคือร้านซีเอ็ด

ผมเข้าไปในร้านซีเอ็ด ก็พบกับหนังสือหลากหลายประเภท วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบตามหมวดหมู่
จากหนังสือแนะนำ  นิตยสาร นิยายวัยรุ่น เรื่อยมาจนหนังสือคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นมุมที่ผมเข้าไปแล้วเกิดกิเลสทุกครั้ง
เพราะมันมีแต่หนังสือที่ผมอยากได้ แต่เงินในกระเป๋าก็ไม่เคยมีพอให้หยิบมาเป็นเจ้าของ


ถัดจากมุมหนังสือคอมพิวเตอร์ ผมสะดุดตากับมุมนี้มาก มุมที่ผมเองก็ไม่อยากเชื่อนักว่าจะมีในร้านหนังสือ

มุมซีดีเพลง

แม้ว่าป้ายชื่อมุมจะเป็น "software" แต่มองดูแล้ว นอกจากวีดิโอสอนใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ไม่กี่แผ่น
ที่เหลือเป็นเพลงบรรเลง เพลงคลาสสิคทั้งสิ้น

ที่สำคัญ ซีดีเพลงเหล่านี้ถูกวางเรียงเป็นตับอย่างลวกๆ ให้เห็นเฉพาะสันปก ไม่มีอะไรบ่งบอกว่าตรงนี้เป็นเพลงอะไรของใคร ถ้าไม่หยิบขึ้นมาดูหน้าปก, บางแผ่นก็วางอยู่บนพื้น เพราะที่วางมีไม่พอ

ผมรู้สึกเคืองสายตาพอสมควร อย่างน้อยก็น่าจะเอาขึ้นมาวางให้เห็นบ้างว่าตรงนี้มีซีดีเพลง


ผมใช้เวลาหลายนาทีพิจารณาว่ามีแผ่นไหนมั้ยที่น่าสนใจ พบว่าเพลงส่วนใหญ่เป็นเพลงบรรเลงเปียโน เพลง music box เดี่ยวแซกโซโฟนของ อ.เทวัญ ทรัพแสนยากร หลายชุด

จากมุมนี้ ผมค้นจนเจอ The Miracle - ซีดีชุด digital recording ชุดแรกของวง Infinity วงแจ๊สฝีมือระดับปรมาจารย์ของไทย
ด้วยความที่กำลังบ้า fusion, jazz ซึ่งเป็นอิทธิพลจากวง ETC. เลยหยิบมาแบบไม่ลังเล
แล้วเตรียมเอาไปจ่ายเงิน เพราะรู้ว่า ถ้าอยู่ตรงนี้ต่อไป อาจหมดตัวจริงๆ

ก่อนที่ผมจะเดินออกไปจากตรงนั้น สายตาก็ดันจับไปโดนเอาซีดีของ VieTrio เข้าเต็มๆ
VieTrio ไม่ต่ำกว่ายี่สิบแผ่น วางอยู่อย่างไร้ค่าบนชั้นวางในร้่านหนังสือ
ผมเสียดายความตั้งใจของพี่น้องดนตรีคลาสสิคทั้งสามคน ที่อยากให้คนไทยเข้าถึงเพลงคลาสสิคได้ง่ายขึ้น
แต่ถ้ามันเป็นอย่างนี้ คนไทยก็คงยังไม่ได้ฟังเพลงคลาสสิคด้วยเข้าใจในคุณค่าของมันอยู่ดี



ผมเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ พลางเหลือบไปเห็นการกระทำที่ขัดตา - โปสเตอร์โปรโมทมินิคอนเสิร์ตของ VieTrio ใบโต แปะอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ชำระเงิน
ผมคิดในใจ ถ้าเจ้าตัวมาเห็นผลงานตัวเองกลายเป็นแค่ส่วนเติมเต็มที่ดูไร้ค่าในร้านหนังสือ เขาจะรู้สึกยังไงบ้างหนอ




ที่กล่าวมาทั้งหมด เพียงแค่อยากให้ภาคธุรกิจเห็นคุณค่าของดนตรี ให้เกียรติดนตรีกันสักนิดนึงนะครับ
เพลงไทย ก่อนบรรเลงทุกครั้งต้องไหว้ครู
เพลงสากล หรือเพลงอะไรก็ต้องมีครูเหมือนกัน เคารพในผลงานกันสักนิดเถอะครับ
ถ้าทำไม่ได้ อย่าทำดีกว่า เพราะมันทำร้ายจิตใจกันได้จริงๆ



ปล.ที่ผมไม่ได้หยิบ VieTrio ออกมาด้วย เพราะผมซื้อไปแล้วก่อนหน้านี้นะครับ ^ ^



Blog EntryEngineering Management in daily lifeAug 3, '08 6:13 PM
for everyone
บทที่ 1 - หน้าที่ในการบริหาร
  • การวางแผน (Planning) เป็นการกำหนดแนวทางขององค์กรจากปัจจัยต่างๆ ทั้งภายนอกและภายในองค์กร เพื่อให้ได้เป้าหมาย และวิธีการดำเนินงานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับองค์กร
  • การจัดองค์กร (Organizing) เป็นการกำหนดขอบเขตการบังคับบัญชา การรวม-กระจายอำนาจให้ทั่วถึงและเกิดประโยชน์ในการบริหารงานสูงสุด
  • การเลือกคนเข้าำทำงาน (Staffing) เป็นการคัดสรรบุคลากรที่มีความเหมาะสมกับงานขององค์กร และคอยกระตุ้นให้บุคลากรมีความกระตือรือร้น ตั้งใจทำงานเพื่อองค์กร
  • การนำ (Leading) หรือการสั่งการ (Directing) เป็นวิธีการบริหารงานของผู้บังคับบัญชา โดยใช้หลักการทางจิตวิทยามาช่วย เพื่อทำให้พนักงานทำตามคำสั่ง
  • การควบคุม (Controlling) เป็นการกำหนด ตรวจสอบ วัดระดับคุณภาพของงาน การทำให้งานออกมามีประสิทธิภาพสม่ำเสมอ


บทที่ 2 การเพิ่มผลผลิต

การเพิ่มผลผลิต ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มจำนวนผลผลิตเสมอไป แต่หมายถึงการทำให้อัตราส่วนระหว่างผลผลิตกับต้นทุนสูงที่สุด นั่นคือ การทำให้ต้นทุนมีความคุ้มค่ามากที่สุด โดยใช้ข้อมูลต่างๆให้เกิดประโยชน์ แล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อหาทางลดต้นทุน โดยที่ไม่ทำให้ผลผลิตลดลงตาม



บทที่ 3 มนุษยสัมพันธ์

Human Needs (Maslow)
  1. Physiological Needs - ปัจจัยสี่ การกินอิ่มนอนหลับ
  2. Safety Needs - สวัสดิการ การได้รับความคุ้มครอง
  3. Social Needs - การเป็นที่รักของคนอื่น เพื่อน คนรู้จัก
  4. Esteem Needs - ตำแหน่ง ลาภ ยศ สรรเสริญ ความมีชื่อเสียง ความสำเร็จในชีวิต
  5. Self Actualization Needs - แตกต่างออกไปตามแต่ละบุคคล เช่น อยากสะสมการ์ตูนเรื่องที่ชอบให้ครบทุกเล่ม ฯลฯ

Factor in working (Herzberg)
Satisfier factor
  • Achievement
  • Recognition for Achievement
  • Work itself
  • Responsibility
  • Growth or Advancement
Dissatisfier factor
  • Organization policy and administration
  • Supervision
  • Interpersonal relationships
  • Working conditions
  • Salary
  • Status
  • Security

Communication
การสื่อสารของมนุษย์ ยิ่งหลายทอด ยิ่งผิดเพี้ยน การติดต่อสื่อสารจึงต้องมีวิธีการต่างๆ ตามแต่ลักษณะขององค์กรและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

เทคนิคที่จะทำให้รู้ว่าผู้รับสารเข้าใจในสารที่เราส่งให้หรือไม่
  • Feedback
  • Confrontative communication
  • Responsibility
  • Interpretation
  • Communicating Interval
  • Simply language
  • Word distinction

Leadership
  • ผู้นำเป็นผู้มีอิทธิพลต่อความเห็นของคนในบังคับบัญชา การเป็นคนที่ได้รับการยอมรับมาก่อนจึงจะช่วยให้งานของผู้ที่จะต้องมาเป็นผู้ นำนั้นง่ายขึ้น
  • หลักการนำคนที่สำคัญคือ 4ช (ทำให้ชอบ ทำให้เชื่อ ใช้งาน ชมเชย)
  • ผู้นำที่ดีต้องมีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูง มีเหตุมีผล ไม่เอาอารมณ์เป็นที่ตั้งในการทำงาน
  • ผู้นำต้องรู้จักรับฟังเหตุผลของผู้ปฏิบัติงาน แล้วจึงนำไปพิเคราะห์ว่าเป็นข้อความที่ฟังขึ้นหรือไม่
  • ผู้นำมี 3 ชนิด ได้แก่ democratic, autocratic และ free-rein






องค์กรที่ดีเยี่ยม ต้องมีทุกอย่าง ไม่ว่าองค์กรนั้นจะเล็ก หรือใหญ่ก็ตาม
องค์กรที่ประสบความสำเร็จ อาจไม่ใช่องค์กรที่ดีเยี่ยม แต่ดีพอ สำหรับหน้าที่ขององค์กรนั้นๆ

อยากเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ประสบความสำเร็จ
แต่ตอนนี้ อุปสรรค ใหญ่เหลือเกิน...



Blog Entryเรื่องของ(อี)โก้Jul 27, '08 1:07 PM
for everyone
อีโก้ในบล็อกนี้ ไม่ใช่ชื่อกระเทยที่ผมเรียกอย่างคุ้นปากด้วยภาษาในหมู่กระเทยด้วยกัน (เพราะผมไม่ใช่กระเทย... นะฮ้า~)

อีโก้ในบล็อกนี้ ไม่ใช่ชื่อ ISP หรือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเจ้านึง ที่ผมเป็นลูกค้าประจำอยู่ (แต่เริ่มไม่ค่อยได้ใช้ เพราะที่หอมีเน็ตฟรี + ไม่ต้องมีโมเด็ม)

อีโก้ของผม คือ "ภาวะทางอารมณ์" อย่างหนึ่ง.... ไม่อยากพูดศัพท์ทางการแพทย์อะ เพราะไม่รู้เหมือนกัน (แป่ว...)

*********************************************

ช่วงเดือนสองเดือนมานี่ เริ่มรู้สึกตัวเองว่ากำลังเปลี่ยนไป ทั้งตัวเอง และคนรอบข้าง
ไม่ใช่ว่ากำลังจะกลายพันธุ์ไปเป็นมนุษย์ตัวสีเขียวๆ หรือมีโหนกงอกออกมาจากข้างหลังนะ
แต่ความเปลี่ยนแปลงนี่ เป็นเรื่องของอารมณ์ ที่ดูจะแปรปรวนง่ายเหลือเกิน

ปัญหามันอาจจะเกิดจาก
  • โลกร้อน คนก็ร้อน
  • เศรษฐกิจฝืดเคือง ข้าวยากหมากแพง
  • สภาวะบ้านเมือง สารพัดม็อบ
  • การเรียน ยิ่งเรียนยิ่งรู้ รู้ว่าตัวเองโง่ลง

ที่ว่านั่นไม่ใช่ปัญหาหรอก เป็นองค์ประกอบ
ปัญหาจริงๆ คือ ภูมิต้านทานทางอารมณ์ของมนุษย์ลดลงต่างหาก



มนุษย์มีความยั้งคิดน้อยลง
มนุษย์มีทักษะการแก้ปัญหาลดลง
มนุษย์มี "มนุษยสัมพันธ์" ลดลง

แทบทุกคน เวลามีเหตุการณ์อะไรก็ตามเกิดขึ้นกับตัว ต่างก็จะบอกว่า "กูไม่ผิด"
ถ้ามันเป็นปัญหา ไม่ว่าจะหนักหรือเบา ไม่ว่าจะเป็นคนทำหรือไม่ จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แล้วก็พยายามโบ้ยไปให้คนอื่นแก้ไข
ถ้ามีเรื่องทะเลาะกัน ไม่ใช่แค่ด่าทอ แต่กะจะเอากันให้ตายไปข้าง
ตัดสินความคิดความอ่านของคนอื่นจากเหตุผลไม่กี่อย่าง โดยไม่พยายามยอมรับตัวตนที่แท้จริงของเขา


ความรุนแรง ความไม่ปรองดอง ความไม่สามัคคี ความสัมพันธ์ที่ห่างเหิน มาจากการที่มนุษย์มี "อีโก้" ในตัวมากเกินไป


ผมเชื่อว่าคนที่รู้ตัวและรู้ต้นสายปลายเหตุมีเยอะ แต่ที่ไม่สนใจจะแก้ปัญหากัน เพราะทำไม่ได้
ใครก็ตาม ถ้ามองโลกออกแล้วพยายามแก้ปัญหา คนๆ นั้นจะกลายเ้ป็นตัวประหลาดของสังคม
ยิ่งทำก็ยิ่งเหมือนปลูกต้นไม้ในทะเลทราย เหนื่อยเปล่าๆ แถมเจ็บตัวด้วย พายุจะพัดมาตอนไหนไม่รู้



ไอ้การที่เราพยายามมองโลกรอบๆ ตัวด้วยใจเป็นธรรมนี่ มันยากนะ
เพราะมองแล้วเจอแต่สิ่งเน่าเฟะ ไม่เหลือสภาพสังคมอุดมคติที่วาดไว้ตอนเป็นเด็ก
ยิ่งมองยิ่งเจ็บปวด.....




ไม่อยากเห็นโลกแบบนี้อีกแล้ว

ไปดูซีรี่ส์ญี่ปุ่นกันดีกว่า :p
(วกมาขายของได้ไงเนี่ย!)

Blog Entryเบื่อJul 25, '08 10:35 PM
for everyone
ชีวิตที่น่าเบื่อ

คนก็น่าเบื่อ
โลกก็น่าเบื่อ

เบื่อ เบื่อ







สงสัยเราจะโดนยาเบื่อแฮะ


trackback: http://iannnnn.com/2008/562
mirror: http://kaihor.multiply.com/notes/item/3



คิดว่าทุกคนที่รักการอ่าน และแวะเวียนไปที่แผงหนังสือบ่อยๆ
คงจะเคยเห็นนิตยสารเล่มนึง ที่ "แนว" ตั้งแต่หน้าปกยันสันหนังสือ
และก็คงจะเคยหยิบมันขึ้นมาอ่านเหมือนกัน

ใช่ครับ ผมหมายถึงนิตยสาร "ฮิฮิ" ที่มีผลงานอันลือลั่นอย่าง "พรรคแห่งสยาม" นั่นแหละ


นับถึงตอนนี้ มันเป็นเวลาสองเดือนแล้วนะ ที่ฮิฮิเล่ม 15 วางจำหน่าย
โดยที่ไม่มีเล่ม 16 ตามมาสักที

ด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ฮิฮิ นิตยสารที่โดนใจแต่ไม่มีใครซื้อ ก็เลยต้องปิดตัวลงอย่างเงียบๆไป
ซึ่งแม้แต่ขาประจำยังไม่รู้ว่ามันปิดตัวลงไปแล้ว
( ถ้าผมไม่ใช่ขาประจำบล็อกพี่แอนนนนนแห่งเว็บฟoนต์ ผมก็คงยังไม่รู้เหมือนกัน )



เท่าที่อ่านมาคือ ฮิฮิ ประสบปัญหาขาดแคลนสปอนเซอร์ (มีแต่เอ็มสปอร์ต - ไม่ใช่ละ)
หนังสือที่พิมพ์หน้าเยอะย่อมมีค่าใช้จ่ายสูง
แต่ยอดจำหน่ายและผู้สนับสนุนมันไม่ทำให้คนทำคุ้มทุน ก็เลยต้องเลิกทำไป



อย่างไรก็ตาม ฮิฮิยังไม่ได้ตายไปจากโลกนี้ซะทีเดียว
อย่างที่บอก ผมเข้าบล็อกพี่แอนนนนน ถึงได้รู้ว่า ฮิฮิ ปิดตัวลง
และกำลังจะกลับมาอีกครั้ง แต่คงไม่ใช่แบบเดิมอย่างที่เคยเห็น

ต้นฉบับฮิฮิเล่ม 16 นั้นยังมีอยู่ ซึ่งเจ้าของหนังสือเค้าบอกว่า
ฮิฮิเล่ม 16 อาจจะมาในรูปแบบ pocket book และพิมพ์ในจำนวนจำกัด เอาแค่พอให้ขาประจำอ่าน
รวมทั้งราคาอาจจะไม่เท่าเดิม (55 บาท) เพราะยังไม่มีสปอนเซอร์อย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ 80% เจ้าของหนังสือทำเพื่อสนองความต้องการของตัวเองเป็นหลัก

(ตามไปอ่านเต็มๆที่บล็อกพี่แอนนนนน เป็นอีเมลที่เจ้าของฮิฮิส่งมาโดยตรงครับ)



สำหรับคนที่รู้จักและเคยอ่านฮิฮิกัน
ถ้าอยากให้หนังสือเล่มนี้ไปต่อ พิมพ์เครื่องหมายดอกจัน...... ไม่ใช่ !
ส่งอีเมลแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับฮิฮิไปที่ hehe_returns@hotmail.com
นิดๆ หน่อยๆก็ยังดี จะติหรือชมก็ได้ ขอแค่ส่งไป เพื่อเป็นกำลังใจให้คนทำหนังสือครับผม




เลื่อนอีกแล้วครับ


ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ครั้งที่ 64

จากเดิม 19 มกราคม 2008
มาเป็น 26 เมษายน 2008
และตอนนี้ กลายเป็น 17 พฤษภาคม 2008 แล้วนะ


ถ้ามันไม่สะดวกนัก
ก็ไม่รู้ว่าจะดันทุรังจัดไปทำไม


ในความคิดผมนะ งานบอลปีนี้ ควรจะยกเลิกไปเลยตั้งแต่รู้ว่าไม่ได้จัดช่วงที่ผ่านมา
เพราะถ้าไม่ใช่กลางมกราคม มันก็หาเวลาลงล็อกยากแล้วล่ะ
อีกอย่างคือ ถ้าขาดอะไรไปสักอย่าง มันก็เหมือนไม่ใช่งานบอล

เชื่อว่าคงมีเหตุผลบางอย่างที่ผู้จัดบอกไม่ได้ (แต่ก็รู้ๆกันดี) ทำให้ไม่สามารถยกเลิกงานบอลได้
แต่จริงๆแล้วที่ผ่านมา 73 ปีก็ไม่ใช่ไม่เคยเลื่อน และเหตุที่ต้องเลื่อนก็เป็นเรื่องสำคัญของบ้านเมือง
ถ้าคนจัดงานลองคิดสักนิด ก็รู้ๆ อยู่ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น และนี่ก็ยังถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ยังไม่ผ่านพ้นไป จุฬาฯ ซึ่งเป็นสถาบันภายใต้พระปรมาภิไธยของพระเจ้าแผ่นดิน ก็ควรทำตัวให้เหมาะสมกับกาลเทศะด้วยสิ




ขอแถมนิด

ระยะหลังๆนี่ เหมือนกับว่า คนจัดงานให้ความสำคัญกับฟุตบอลเป็นแค่เรื่องรองๆ
แต่สิ่งสำคัญคือ สแตนด์ฝั่งใครจะเต็มก่อน กองเชียร์ใครจะน่ารักกว่า แปรอักษรใครจะเจ๋งกว่า เสื้อบอลปีนี้ลายสวยมั้ย ล้อการเมืองจะโดนแค่ไหน
ส่วนคนดูก็ ปีนี้ของในถุงยังชีพจะมีอะไรมั่ง จะมีดารามาเยอะมั้ย
ไม่เห็นมีใครจะสนเลยว่า ปีนี้แต่ละทีมจะเล่นในระบบไหน ใครเป็นผู้จัดการ ดาวเด่นปีนี้เป็นใคร และเกมฟุตบอลจะสวยงามแค่ไหน

อีกอย่างคือ นักฟุตบอลที่มาเตะงานบอลเนี่ย น่าจะเป็นนิสิตนักศึกษาปัจจุบันของแต่ละสถาบัน มากกว่าที่จะไปจับนักเตะทีมชาติมาลงเรียน ป.โท แต่ก็ดร็อปไว้ แล้วอ้างว่าเป็นนิสิตนักศึกษาของฉัน เพื่อเอามาเตะบอลประเพณี ใครชนะก็ได้หน้าได้ตา ข่มอีกฝั่งไปได้ปีนึง

ฟุตบอล อยู่ที่ไหน สถานะอะไรมันก็เป็นกีฬานะครับ
กีฬา สอนให้คนรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีน้ำใจนักกีฬา
ไม่ได้มุ่งหวังความเป็นเลิศอย่างเดียว
หรือถ้ามองในมุมการแข่งขัน ถ้าใช้นักฟุตบอลที่อยู่ในสังกัดของตนเองจริงๆลงแข่ง คนดูอย่างผม ภูมิใจกว่า
และทีมมหาวิทยาลัยเองก็จะได้รู้ศักยภาพด้วยว่าเราดีแค่ไหน ต้องปรับปรุงอะไรเพื่ออนาคตบ้าง



ไม่รู้จะจบยังไงนะ
แต่ว่า ผลประโยชน์แปรเปลี่ยนทุกสิ่งจริงๆ



เอามาจากบล็อกของคุณ 99phoenix นะครับ
ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ผมเห็นประวัติสงกรานต์มาหลายบทความ
ในฐานะที่ผมจบเอกประวัติศาสตร์มา
เห็นว่าเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ในการปล่อยให้
ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์
ซึ่งเป็นจุดแข็งทางด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของไทย
ในแง่ของการวิเคราะห์ SWOT

ประการแรกจากการสืบค้นโดยกรรมวิธี คาร์บอน-14
ของศาสตราจารย์เฮอร์มิงตัน เดลโทโรเรโต
นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์สงครามจากมหาวิทยาลัย
เวลิงแกลมบิง ฮูดวิงค์ ยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศแอลจีเรีย
พบหลักฐานจารึกของเอล็กซานเดอร์มหาราช
ที่เมืองซิซิลี ประเทศอิตาลี (โดยสันนิษฐานว่า
ก่อนหน้านี้เคยเป็นสมบัติซึ่งเก็บไว้ในกรุงโรม
ช่วงที่โรมันรุ่งเรือง โดยที่กษัตริย์แห่งโรมองค์ใดองค์หนึ่ง
ยึดมาจากกรีกอีกทีหนึ่งเมื่อช่วงที่โรมันเข้าทำสงครามกับกรีก
หรือที่เรียกว่าโททัลวอร์นั่นเอง)

ในศิลาจารึกได้บันทึกข้อความไว้ดังนี้

"ตัวข้า Alexis on Fire บุตรแห่ง ฆวนฮาลอส
เทพพายุผู้สร้างและทำลาย
เมื่อครั้งที่ข้ากรีฑามหาทัพสู่ดินแดนลึกลับ
(เอเชีย) ที่มีคนบูชาภูตผี และสายฟ้า
ที่นั่นข้าได้พบนักบวชจากลัทธิประหลาด
ผู้เรียกตนว่าอารยันผู้เจริญ

คนเหล่านั้นเป็นจอมวายร้ายทางจิตวิญญาณ
ทว่าก็เป็นมิตรแก่ข้า พวกเขายอมยกดินแดน
ทั้งหมดให้แก่ข้า

ข้าจึงได้มอบ เฮลลาไคตุส ให้แก่พวกเขา"


จะเห็นว่าในศิลาจารึก ได้แสดงให้เห็นถึง
ความสำคัญบางอย่างที่จะเผยให้เห็นถึงเรื่องราว
ที่จะพลิกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์
เลยทีเดียว

ความสำคัญที่ว่าก็คือนาม เฮลลาไคตุส นามที่เอ่ย
ไว้ในศิลาจารึก

ในดินแดนกรีกโบราณ เป็นที่รู้กันว่าชาวกรีก
นับถือเทพเจ้าแบบพหุเทวะ ซึ่ง
'ฟีนิเซีย แวนเดอร์' นักเธโอโลจี้ หรือนักเทววิทยา
ได้เขียนไว้ในหนังสือชื่อ 'สายน้ำเทพเจ้า'
โดยกล่าวว่า โพไซดอน ผู้ครองมหาสมุทร
ได้มีธิดาที่เกิดแก่ พารามัส โดยมีชื่อที่เรียก
'เฮลลาไคตุส'

ดังนั้น เฮลลาไคตุส ก็คือ ธิดาของโพไซดอนนั่นเอง
ตามตำนานเทพปกรณัม เล่าว่า
เมื่อครั้งเฮลลาไคตุสเจริญวัยขึ้น ได้เรียกร้อง
ที่จะครองมหาสมุทรครึ่งหนึ่ง
ทว่าโพไซดอนกลับเห็นว่าเป็นเรื่องเกินกำลัง
จึงได้มอบโถทองคำให้แก่เฮลลาไคตุส

โถทองคำนั้นหากเทลงสู่ธรณี ก็จะเกิดนทีขึ้น
อณาบริเวณนั้น
ด้วยเหตุนั้น เฮลลาไคตุสจึงเทน้ำจากโถทองคำ
ลงสู่ทวีปทั้ง 7
และนั่นจึงเป็นที่มาของแม่น้ำทุกสายบนโลก

มนุษย์จึงขอบคุณเทพเจ้าสำรับน้ำที่ช่วยให้มนุษย์ดำรงชีวิต
โดยชาวกรีกจะทำพิธีขอบคุณเทพเจ้าโดยการจัดประเพณี
ขึ้นทุกปี ซึ่งในปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ

'ประเพณีสังกรานีโอดุส (Zangraniodus)'


โดยประเพณีดังกล่าวนี้ ชายชาตรี
จะนำโถไปตักน้ำจากแม่น้ำแห่งชารอน
และจากนั้นจึงนำน้ำที่ได้ไปสาดแก่สตรี
พรหมจารีย์ เพื่อถือว่าสตรีผู้นั้นคือ
คนที่ชายชาตรีเลือกจะครองคู่ด้วย
และหากสตรียอมรับชายผู้นั้นเป็นคู่
หญิงสาวพรหมจรรย์ก็จะนำน้ำจาก
แม่น้ำอคีรอนมาสาดชายหนุ่มคืน
เพื่อเป็นเครื่องหมายว่าทั้งคู่
ยินดีจะครองคู่ร่วมกัน

เป็นที่รู้ว่าการสืบทายาทเป็นการ
ขอบคุณเทพเจ้าของชาวกรีก
ดังนั้นประเพณีที่เป็นการหาคู่ไปในที
เพื่อที่จะมีทายาท จึงถือเป็นการขอบคุณ
เทพเจ้าตามแบบของชาวกรีกนั่นเอง

และนี่ก็คือที่มาของประเพณีสงกรานต์
ซึ่งเมื่อครั้งที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช
บุกเข้าไปในอินเดียเมื่อ 2 พันกว่าปีก่อน
ก็ได้นำประเพณสังกรานีโอดุสเข้าไปเผยแผ่
ให้แก่พวกพราห์มในอินเดีย

ซึ่งต่อมาประเพณีดังกล่าวนี้ก็ได้กลายมาเป็น
ประเพณีของชาวอินเดียด้วยเช่นกัน
โดยชาวอินเดียเรียกประเพณีนี้ว่า
ประเพณีสงกราลีนบุตร (Sangralinaputra)

ในปัจจุบันนี้ประเพณีได้สูญหายไปจากอินเดียแล้ว
จะเห็นได้บ้างในบางแห่งของอินเดียเท่านั้น
บริเวณที่ยังสืบทอดประเพณีดังกล่าวอยู่ก็คือ
บริเวณแคว้นอัสสะ ซึ่งติดกับแม่น้ำโคธาวารี
(โคธาวารี แปลว่า ตัวเหี้ย เนื่องจากบริเวณนั้น
ชุกชุมไปด้วยตัวดังกล่าว)



การเดินทางเข้าในประเทศไทยของประเพณี
สงกราลีนบุตร

สันนิษฐานว่า สงกรานต์เริ่มเข้ามาในประเทศไทยในช่วง
สมัยสุโขทัย โดยขณะนั้นได้มีพราห์มจากประเทศอินเดีย
เดินทางเข้ามาแสวงบุญพร้อมๆกับพระจากศาสนาพุทธ
ซึ่งตอนนั้น คนไทยซึ่งมีนิสัยชอบในเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์
รู้สึกเลื่อมใสพราห์มผู้นี้มาก เนื่องจากพราห์มผู้นี้สามารถทำนาย
ดวงชะตาได้อย่างแม่นยำ
เมื่อชาวบ้านเกิดความศรัทธา จึงได้รับเอาความเชื่อหลายๆอย่าง
มาจากพราห์ม รวมทั้งในเรื่องของประเพณีสังกราลีนบุตร
และจากนั้น ประเพณีสังกราลีนบุตรจึงกลายมาเป็นประเพณี
ของไทยแต่นั้นเป็นต้นมา รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ
เช่น พม่า ลาว กัมพูชา ซึ่งรับประเพณีนี้ไปจากไทยอีกทอดหนึ่ง


และทั้งหมดนี้ก็คือตำนานสงกรานต์ที่แท้จริงครับ
ซึ่งทีแรกผมก็ตั้งใจจะไม่เขียนถึง แต่เห็นว่า
ยังมีหลายคนเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อนอยู่มาก
จึงเห็นว่าควรสร้างความกระจ่างให้ในฐานะคนไทย
ได้รู้จักที่มาของประเพณีไทยตามความเป็นจริง




ไอ้เรื่องที่ว่ามาทั้งหมดนี้น่ะ
...โกหกทั้งเพเลยครับ !!


ขอความกรุณาหลังจากอ่านมาถึงตรงนี้
กรุณากด Ctrl+A บนแป้นคีย์บอร์ดด้วยนะครับ



ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้นะครับ
ใครมีข้อสงสัยอะไร ก็ไปติดต่อเจ้าของบล็อกต้นทางเอาเองแล้วกัน
ผมแค่ยกข้อความมาเผยแพร่เท่านั้น

Blog EntryReverse FactApr 4, '08 11:53 AM
for everyone
เราเสียเงินแค่สิบสองเหรียญ เป็นค่าสมัครสมาชิกของสังคม
แต่หลังจากนั้น เราเสียอีกไม่รู้เท่าไร เพื่อเป็นค่ามิตรภาพจากสมาชิกคนอื่น

เชลลิ่ง ฟอร์ด



แม้มันจะดูโหดร้าย แต่ความจริงก็คือความจริง
ทุกๆอย่าง เราง่ายที่จะสร้าง แต่ยากที่จะรักษา
เด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงในวัยคึกคะนอง มีความสัมพันธ์กัน ใช้เวลาแค่คืนเดียวก็เพียงพอ
แต่หลังจากนั้น เด็กผู้หญิงต้องตั้งท้องอีก 9 เดือน
และทั้งสองคนต้องเลี้ยงดูลูกของเขาไปตลอดชีวิต

มนุษย์พอใจที่จะจ่ายเพื่อความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว
โดยมองข้ามถึงผลที่จะตามมาในอนาคต
หลายคนเต็มใจที่จะรับผลอย่างไม่มีเงื่อนไข
แต่ไม่ว่าเราจะพยายามแก้ไขผลนั้นเท่าไร มันก็จะกลายเป็นปัญหาต่อไปเสมอ
หรือมันอาจจะเป็นภาระผูกพันไปตลอด หากเราจะพยายามรักษาผลที่เราพอใจไว้



เอาของเก่ามาแปะไว้หน่อย เป็นที่ระลึก



นี่คือคีย์ลัดที่ใช้ได้ทั้งหมดบน Windows XP และใช้ได้เป็นส่วนใหญ่บน Windows เวอร์ชั่นอื่นๆ


คีย์ที่ใช้ได้ทั่วไป

Ctrl + C - ก็อปปี้สิ่งที่เลือกเก็บไว้ในคลิปบอร์ด (Copy)
Ctrl + X - ลบแล้วเก็บสิ่งที่เลือกไว้ในคลิปบอร์ด (Erase)
Ctrl + V - วางสิ่งที่อยู่ในคลิปบอร์ดบนเคอร์เซอร์ (Paste)
Ctrl + Z - ยกเลิกคำสั่งที่ทำล่าสุด (Undo)
Delete - ลบ
F2 - เปลี่ยนชื่อสิ่งที่เลือก (Rename)
Ctrl + → - เลื่อนเคอร์เซอร์ไปหน้าคำถัดไป (Next word)
Ctrl + ← - เลื่อนเคอร์เซอร์ไปหน้าคำก่อนหน้า (Previous word)
Ctrl + ↓ - เลื่อนเคอร์เซอร์ไปหน้าสุดของย่อหน้าถัดไป (Next Paragraph)
Ctrl + ↑ - เลื่อนเคอร์เซอร์ไปหน้าสุดของย่อหน้าก่อนหน้า (Previous Paragraph)
Ctrl + A - เลือกทั้งหมด (Select All)
F3 - ค้นหาไฟล์หรือโฟลเดอร์ (File/Folder Search)
Ctrl + F - ค้นหาคำที่ต้องการ (String Find)
Alt + Enter - แสดงคุณสมบัติของสิ่งที่เลือก (Property)
Alt + F4 - ปิดโปรแกรมที่เปิดอยู่ (Exit)
Alt + Space - แสดงเมนูลัดของวินโดว์ที่กำลังทำงาน (Windows Fast Menu)
Ctrl + F4 - ปิดเอกสารย่อยในโปรแกรม (Close Document)
Alt + Tab - สลับไปยังโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ (Switch Program)
Alt + Esc - แสดงโปรแกรมที่เปิดอยู่ตามลำดับที่เปิดใช้
F6 - เลือกวนไปตามองค์ประกอบบนวินโดว์หรือบนเดสก์ท็อป
F4 - แสดงรายการใน Address Bar
Shift + F10 - แสดงเมนูลัดของสิ่งที่เลือกไว้ (Shortcut Menu)
Ctrl + Esc - แสดง/ซ่อนเมนูของปุ่ม Start
F10 or Alt - ไปที่แถบเมนูคำลั่งของวินโดว์ที่ทำงานอยู่
- เปิดเมนูถัดไปทางขวา (หลังจากกด F10 หรือ Alt)
- เปิดเมนูถัดไปทางซ้าย (หลังจากกด F10 หรือ Alt)
F5 - เรียกโฟลเดอร์/เพจนั้นใหม่ ใน Windows Explorer หรือ Internet Explorer (Refresh)
BackSpace - เปิดดูโฟลเดอร์เหนือขึ้นไป 1 ระดับ (Upper Directory) ใน Windows Explorer / ย้อนกลับไปยังหน้าก่อนหน้า (History Back) ใน Internet Explorer
Esc - ยกเลิกคำสั่งที่ทำอยู่ (Escape)


คีย์บอร์ดมาตรฐานไมโครซอฟท์ ซึ่งมี WinKey (รูปหน้าต่าง) และ Application Key (รูปกล่องตัวเลือก)

WinKey - แสดง/ซ่อนเมนูของปุ่ม Start
WinKey + Pause - แสดงไดอะล็อกบ็อกซ์ System Property
WinKey + D - แสดง Desktop
WinKey + M - ยุบทุกวินโดว์ไปเป็นปุ่มบน Taskbar
WinKey + Shift + M - เปิดทุกวินโดว์ที่ยุบไว้ขึ้นมา
WinKey + E - เปิด My Computer
WinKey + F - ค้นหาไฟล์หรือโฟลเดอร์
WinKey + F1 - แสดง Windows Help
WinKey + L - ล็อกคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่าย / เปลี่ยนผู้ใช้เมื่อไม่ได้อยู่ในเครือข่าย
WinKey + R - เปิดไดอะล็อกบ็อกซ์ Run
WinKey + U - เปิดไดอะล็อกบ็อกซ์ Utility Manager
Application - แสดง Shortcut Menu ของสิ่งที่เลือกไว้


Blog Entryเรียนรู้Feb 20, '08 5:11 AM
for everyone
และแล้วเวลาก็เดินทางตามหน้าที่ของมันมาจนถึงวันนี้

มนุษย์ทุกคนยังคงดิ้นรนต่อไป เพื่อการมีอยู่ เพื่อการคงอยู่

แม้รู้ดีว่า สุดท้ายแล้ว ทุกสิ่งที่มีจุดเริ่มต้น ย่อมมีจุดจบ

 

ผมใช้เวลาเพียงสิบแปดปี เพื่อที่จะเรียนรู้พื้นฐานของความรู้ทั้งปวง

แต่ผมใช้เวลาถึงสองปี เพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งที่ง่ายกว่า

ทำอย่างไร จึงจะได้ใช้พื้นฐานทั้งหมดที่มี

ทำอย่างไร จึงจะเกิดทุกสิ่งที่เราต้องการ

ทำอย่างไร จึงจะอยู่รอดในโลกใบนี้

 

ตอนนี้ การเรียนรู้ได้สิ้นสุดลงแล้ว

ผมต้องเดินหน้า ไม่ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนั้นเป็นอย่างไร

ขอบคุณทุกแรงผลักดัน ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ทั้งที่จงใจและไม่จงใจ

และหวังว่า พวกคุณจะช่วยผลักดันผมต่อไป



© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help